human.nstru.ac.thhuman.nstru.ac.th/human2018/document/doc_news/20… · web viewหมายถ ง...

Post on 24-May-2020

5 Views

Category:

Documents

0 Downloads

Preview:

Click to see full reader

TRANSCRIPT

แบบประเมนผลการปฏบตราชการมหาวทยาลยราชภฏนครศรธรรมราช

คำาชแจง1. การประเมนผลการปฏบตราชการ ประเมนจากองคประกอบหลก 2 สวน คอ

1.1 ประเมนผลสมฤทธของงาน คานำ"าหนกรอยละ 70 (แบบ ป.ร.1)1.2 ประเมนพฤตกรรมการปฏบตราชการ คานำ"าหนกรอยละ 30 (แบบ ป.ร.2)

2. ข"นตอนการประเมน2.1 วางแผน (Plan) ภายในเดอนแรกของรอบการประเมนใหผประเมนและผรบ

การประเมนกำาหนดขอตกลงรวมกนเกยวกบการมอบหมายงานและการประเมนผลการปฏบตราชการ โดยมการกำาหนดกจกรรม โครงการ งาน ตวช"วดหรอหลกฐานบงช"ความสำาเรจของงาน คาเปาหมาย และนำ"าหนกในการประเมนผลของแตละกจกรรม โครงการ งาน ใหมความเหมาะสมและสอดคลองกบลกษณะงานรวมท"งขอตกลงเกยวกบการประเมนสมรรถนะ ท"งน" การจดทำาขอตกลงดงกลาวขางตนใหรวมถงผกลบจากลาศกษาตอและฝกอบรมดวย1 และผดำารงตำาแหนงทางวชาการทำาคำารบรองการปฏบตงานกบหนวยงานตนสงกด2

2.2 ตดตาม (Monitor) และพฒนา (Develop) ในระหวางรอบการประเมน ใหผประเมนใหคำาปรกษาแนะนำาแกผรบการประเมนเพอการปรบปรงแกไขและพฒนาเพอนำาไปสผลสมฤทธของงานและสมรรถนะทคาดหวงตามทกำาหนด และหากมกจกรรม โครงการ หรองาน ทมความสำาคญหรอเรงดวน ผประเมนและผรบการประเมนอาจปรบปรงขอตกลงใหมได ท"งน" จะตองเปนไปเพอประโยชนตอทางราชการ3

2.3 ประเมน (Appraise) กอนส"นรอบการประเมน 1 เดอน ใหผรบการประเมนรายงานผลการปฏบตราชการ โดยระบผลงานทบงช"ความสำาเรจของงานตามเกณฑการประเมนในขอตกลงการประเมนผลสมฤทธของงานและขอตกลงการประเมนสมรรถนะการปฏบตราชการ พรอมหลกฐานเชงประจกษ ตาม

1 ขอ 12(1) ของขอบงคบฯ วาดวยหลกเกณฑและวธการประเมนผลการปฏบตราชการของบคลากรในมหาวทยาลยราชภฏนครศรธรรมราช พ.ศ. 2554

2 ขอ 9 ของขอบงคบฯ วาดวยการกำาหนดภาระงานทางวชาการของผดำารงตำาแหนงอาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารยและศาสตราจารย พ.ศ. 2559

3 ขอ 3 ของขอบงคบฯ วาดวยหลกเกณฑและวธการประเมนผลการปฏบตราชการของบคลากรในมหาวทยาลยราชภฏนครศรธรรมราช พ.ศ. 2554

2แบบทกำาหนดภายใน 30 วน หลงจากส"นรอบการประเมน4 เมอผประเมนไดรบรายงานผลการปฏบตราชการ ใหทำาการประเมนภายใน 30 วน5

2.4 ใหรางวล (Reward) ผลการประเมนใหนำาไปใชประกอบการบรหารทรพยากรบคคลในเรองตาง ๆ เชน การแตงต"ง การเลอนเงนเดอน การพฒนาและเพมพนประสทธภาพการปฏบตราชการ การตอเวลาราชการ การใหออกจากราชการ การใหรางวลประจำาป รางวลจงใจและคาตอบแทนตาง ๆ เปนตน6 และการปฏบตตามมาตรฐานภาระงานทางวชาการใหนำาไปประกอบการพจารณาเลอนเงนเดอน หรอเพมคาจาง7

แบบ ป.ร.1แบบประเมนผลสมฤทธของงาน

(สายวชาการ)

ขอมลผรบการประเมน

รอบการประเมน รอบท 1 1 ตลาคม ........................ ถง 31 มนาคม ...........................

รอบท 2 1 เมษายน ...................... ถง 30 กนยายน .........................

4 ขอ 12(4) ของขอบงคบฯ วาดวยหลกเกณฑและวธการประเมนผลการปฏบตราชการของบคลากรในมหาวทยาลยราชภฏนครศรธรรมราช พ.ศ. 2554

5 ขอ 12(5) ของขอบงคบฯ วาดวยหลกเกณฑและวธการประเมนผลการปฏบตราชการของบคลากรในมหาวทยาลยราชภฏนครศรธรรมราช พ.ศ. 2554

6 ขอ 5 ของขอบงคบฯ วาดวยหลกเกณฑและวธการประเมนผลการปฏบตราชการของบคลากรในมหาวทยาลยราชภฏนครศรธรรมราช พ.ศ. 2554

7 ขอ 10 ของขอบงคบฯ วาดวยการกำาหนดภาระงานทางวชาการของผดำารงตำาแหนงอาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารยและศาสตราจารย พ.ศ. 2559

3ชอผรบการประเมน (นาย/นาง/นางสาว)

ตำาแหนง อาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย

สงกด ชอผประเมน (นาย/นาง/นางสาว) (ผบงคบบญชาช"นตน) ตำาแหนง

คำาชแจง แบบประเมนผลสมฤทธของงาน ม 3 สวน ดงน"สวนท 1 กำาหนดขอตกลงสวนท 2 รายงานผลการปฏบตงานสวนท 3 ประเมนผลสมฤทธของงาน

สวนท 1 กำาหนดขอตกลง

1. ภาระงานสอน ตามขอ 5(1) ของขอบงคบฯ วาดวยการกำาหนดภาระงานทางวชากรของผดำารงตำาแหนงอาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย พ.ศ. 2559 นบเฉพาะกรณไมไดเบกคาสอน

นยาม“ภาระงานสอน” หมายถง การถายทอดองคความรทครอบคลมการสอนทกประเภท เชน งานสอนแบบบรรยาย งานสอนปฏบตการ งานสอนภาคสนาม งานควบคมวทยานพนธ โครงการพเศษ ปญหาพเศษ หวขอพเศษ การเปนอาจารยนเทศนกศกษาฝกประสบการณวชาชพ สหกจศกษา งานอาจารยทปรกษานกศกษา สาระนพนธ ศลปนพนธ ภาคนพนธ โครงการสรางสรรค หรองานอน ๆ ทมลกษณะคลายคลงกน เปนตนหลกเกณฑการคำานวณภาระงาน1. งานสอนแบบบรรยาย

4จำานวนนกศกษา ไมเกน 40 คน คำานวณภาระงาน 1 หนวยกต = 3

ชวโมงทำางานตอสปดาหจำานวนนกศกษา เกนกวา 40 คน 1 หนวยกต =

(1 + จำานวนน กศ กษาท เก น40คน40 ) x 3 ชวโมงทำางานตอ

สปดาหดงน"น สตร คำานวณภาระงานสอน วชาทฤษฎ =

(1 + จำานวนน กศ กษาท เก น40คน40 ) x 3 x จำานวนหนวยกต

ชวโมงทำางานตอสปดาหการสอนระดบบณฑตศกษา 1 หนวยกต คดเปนภาระงาน 5 ชวโมง

ทำางานตอสปดาห2. งานสอนปฏบตการ

จำานวนนกศกษา ไมเกน 20 คน คำานวณภาระงาน 1 หนวยกต = 3 ชวโมงทำางานตอสปดาห

จำานวนนกศกษา เกนกวา 20 คน 1 หนวยกต = (1 + จำานวนน กศ กษาท เก น20 คน

20 ) x 3 ชวโมงทำางานตอสปดาห

ดงน"น สตร คำานวณภาระงานสอน วชาปฏบต = (1 + จำานวนน กศ กษาท เก น20 คน

20 ) x 3 x จำานวนหนวยกต ชวโมงทำางานตอสปดาห

3. งานสอนบรรยายรวมกบงานสอนปฎบตใหคดภาระงานสอนบรรยายครงหนงของจำานวนหนวยกตรวมกบงานสอนปฏบตอกครงหนงของหนวยกต เชน 3(2-2-5) คดภาระงานสอนบรรยาย 1.5 หนวยกต คดภาระงานสอนปฏบต 1.5 หนวยกต

4. อาจารยนเทศ ฝกประสบการณวชาชพ สหกจศกษา ใหคดภาระงาน จำานวนน กศ กษา

จำานวนอาจารย x 0.5 ชวโมงทำางานตอสปดาห x คาถวงนำ"าหนก

จำานวนสถานท คาถวงนำาหนก1 12 1.25

53 1.54 1.75

มากกวา 5 ท 2

5. งานควบคมวทยานพนธ

ตำาแหนงจำานวนหวขอ

เรอง

ภาระงานชวโมง

ทำางานตอสปดาห

1.ประธานกรรมการทปรกษาวทยานพนธระดบปรญญาเอก 1 1

2.ประธานกรรมการทปรกษาวทยานพนธระดบปรญญาโท 1 0.5

3.กรรมการทปรกษาวทยานพนธระดบปรญญาเอก 1 0.5

4.กรรมการทปรกษาวทยานพนธ ระดบปรญญาโท 1 0.25

5.ประธานกรรมการทปรกษาภาคนพนธ/การศกษาอสระ สารนพนธ ศลปะนพนธ

1 0.25

6.กรรมการทปรกษาภาคนพนธ/การศกษาอสระ สารนพนธ ศลปะนพนธ

1 0.15

6. งานโครงงานวจย/ปญหาพเศษ ระดบปรญญาตร

ตำาแหนง จำานวนหวขอเรอง

ภาระงานชวโมง

ทำางานตอ

6สปดาห

ประธานกรรมการทปรกษางานโครงงานวจย/ปญหาพเศษ ระดบปรญญาตร

1 0.5

กรรมการทปรกษางานโครงงานวจย/ปญหาพเศษ ระดบปรญญาตร

1 0.25

6. งานอาจารยทปรกษานกศกษา/ชมรม (ผลการประเมนอาจารยทปรกษาในระบบของมหาวทยาลยฯ)- ระดบปรญญาตร ภาระงานเทากบ 1 กลมตอ 2 ชวโมงทำางานตอ

สปดาห แตไมเกน 6 ชวโมงทำางานตอสปดาห- ระดบบณฑตศกษา ภาระงานเทากบ 1 กลมตอ 4 ชวโมงทำางานตอ

สปดาห แตไมเกน 6 ชวโมงทำางานตอสปดาห- อาจารยทปรกษาชมรมระดบปรญญาตร ภาระงานเทากบ 1 ชมรม

ตอ 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห 7. บรณาการการเรยนการสอนกบพนธกจอน

7.1 บรณาการการเรยนการสอน 1 พนธกจ คดเปน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห

7.2 บรณาการการเรยนการสอน 2 พนธกจ คดเปน 2 ชวโมงทำางานตอสปดาห

7.3 บรณาการการเรยนการสอน 3 พนธกจ คดเปน 3 ชวโมงทำางานตอสปดาห

2. ภาระงานวจยและงานวชาการอน ๆ ตามขอ 5(2) ของขอบงคบฯ วาดวยการกำาหนดภาระงานทางวชาการของผดำารงตำาแหนงอาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย พ.ศ.2559

นยาม“ภาระงานวจยและงานวชาการอน” หมายถง งานศกษาคนควาอยางมระบบตามกระบวนการ วธวจย เพอใหเกดองคความรใหมหรอตอยอดองค

7ความรเดมทจะนำาไปสการประยกตในดานตาง ๆ ท"งน" รวมถงการวจยและพฒนารวมกบภาคอตสาหกรรม ภาคธรกจบรการ และชมชนทองถน เพอแกปญหาเชงเทคนคและวศวกรรม การจดการเทคโนโลยและนวตกรรม และการบรหารจดการ รวมถงงานวชาการประเภทอน ๆ ตามประกาศ ก.พ.อ. เรอง หลกเกณฑและวธการพจารณาแตงต"งบคคลใหดำารงตำาแหนงผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารยหลกเกณฑการคำานวณภาระงาน

1. การตพมพเผยแพรผลงานทางวชาการและการจดทะเบยนทรพยสนทางปญญา (สทธบตร อนสทธบตร และลขสทธ) หมายเหต ใชประเมน 2 รอบการประเมนตดตอกนและคดภาระงานตอสปดาหตอ 1 ช"นงาน

ระดบคณภาพ

คดภาระงานชวโมงทำางาน

ตอสปดาห(ตอ 1 ชนงาน)

- บทความวจยหรอบทความวชาการฉบบสมบรณทตพมพในรายงานสบเนองจากการประชมวชาการระดบชาต

- บทความวจยหรอบทความวชาการฉบบสมบรณทตพมพในวารสารทางวชาการทไมปรากฏในฐานขอมล TCI

- มการจดแจงลขสทธ

2

- บทความวจยหรอบทความวชาการฉบบสมบรณทตพมพในรายงานสบเนองจากการประชมวชาการระดบนานาชาต

- มการยนจดอนสทธบตร

4

- บทความวจยหรอบทความวชาการฉบบสมบรณทตพมพในรายงานการสบเนองจากการประชมวชาการะดบนานาชาต ทไดตพมพเผยแพรในฐานขอมลระดบนานาชาตตามประกาศ ก.พ.อ.

6

8

ระดบคณภาพ

คดภาระงานชวโมงทำางาน

ตอสปดาห(ตอ 1 ชนงาน)

- บทความวจยหรอบทความวชาการฉบบสมบรณทตพมพในวารสารทางวชาการทปรากฏในฐานขอมล TCI กลมท 2

- มการยนจดสทธบตร- ผลงานทไดรบการจดอนสทธบตร- บทความวจยหรอบทความทางวชาการทตพมพใน

วารสารทางวชาการระดบนานาชาตทไมอยในฐานขอมล TCI กลมท 1

8

- บทความวจยหรอบทความวชาการฉบบสมบรณทตพมพในวารสารทางวชาการระดบนานาชาตทปรากฏในฐานขอมลระดบนานาชาต ตามประกาศ ก.พ.อ. หรอระเบยบคณะกรรมการการอดมศกษา วาดวยหลกเกณฑการพจารณาวารสารทางวชาการสำาหรบการเผยแพรผลงานทางวชาการ

- ผลงานวจยทหนวยงานหรอองคกรระดบชาตวาจางใหดำาเนนการ

- ผลงานคนพบพนธพช พนธสตว ทคนพบใหมและไดรบการจดทะเบยน

- ตำาราหรอหนงสอหรองานแปลทผานการพจารณาตามหลกเกณฑการประเมนตำาแหนงทางวชาการแตไมไดนำามาขอรบการประเมนตำาแหนงทางวชาการ

- ผลงานทไดรบการจดสทธบตร- ผลงานทางวชาการในลกษณะอนทไดรบการประเมน

ผานเกณฑการขอกำาหนดตำาแหนงทางวชาการแลว ไดแก

ผลงานวชาการเพอพฒนาอตสาหกรรม

10

9

ระดบคณภาพ

คดภาระงานชวโมงทำางาน

ตอสปดาห(ตอ 1 ชนงาน)

ผลงานวชาการเพอพฒนาการเรยนการสอนและการเรยนร

ผลงานวชาการเพอพฒนานโยบายสาธารณะ ผลงานวชาการรบใชสงคม กรณศกษา ตำาราหรอหนงสอหรองานแปล ซอฟตแวร พจนานกรม สารานกรม นามานกรม และงาน

วชาการในลกษณะเดยวกน

2. การเผยแพรงานสรางสรรค

ระดบคณภาพคดภาระงาน

ชวโมงทำางานตอสปดาห

งานสรางสรรคทมการเผยแพรสสาธารณะในลกษณะใดลกษณะหนง หรอผานสออเลกทรอนกส online เชน Massive Open Online Courseware (MOOC)

2

งานสรางสรรคทไดรบการเผยแพรในระดบสถาบน 4งานสรางสรรคทไดรบการเผยแพรในระดบชาต 6งานสรางสรรคทไดรบการเผยแพรในระดบความรวมมอระหวางประเทศ

8

งานสรางสรรคทไดรบการเผยแพรในระดบภมภาคอาเซยน

10

10งานสรางสรรคทไดรบการเผยแพรในระดบนานาชาต 10

3. จำานวนเงนทนวจยจำานวนเงนทนวจย คดภาระงาน

ชวโมงทำางานตอสปดาห

สายวทยาศาสตรและเทคโนโลย และ

วทยาศาสตรสขภาพ

สายมนษยศาสตรและสงคมศาสตร

ไมเกน 59,999 บาท ไมเกน 24,999 บาท 160,000 - 99,999 บาท

25,000 – 49,999 บาท

1.5

100,000 – 499,999

เกน 50,000 – 99,999 บาท

2

500,000 ข"นไป 100,000 ข"นไป 3หมายเหต กรณมผรวมวจยใหคดภาระงานตามสดสวนการมสวนรวมในงานวจยตามทกำาหนดไวในสญญารบทนวจย

3. ภาระงานบรการวชาการ ตามขอ 5(3) ของขอบงคบฯ วาดวยการกำาหนดภาระงานทางวชาการของผดำารงตำาแหนงอาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย พ.ศ.2559

นยาม“ภาระงานบรการวชาการ หมายถง งานทมลกษณะนำาความรทมอยแลวไป”ชวยทำาความเขาใจกบปญหา แกปญหา หรอปรบปรงพฒนาตามความตองการของกลมเปาหมาย รวมถงงานสงเสรมเผยแพรความร ท "งดานวชาการและวชาชพตอกลมบคคล สงคมหลกเกณฑการคำานวณภาระงาน1. วทยากร

1.1 วทยากรหลก 1 ชวโมง คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห (หาร 16)

1.2 วทยากรรวม 1 ชวโมง คดภาระงาน 0.5 ชวโมงทำางานตอสปดาห (หาร 16)

112. กรรมการในสถาบนอดมศกษาอน คดภาระงาน 2 ชวโมงทำางานตอ

สปดาห3. กรรมการในองคกรวชาชพ คดภาระงาน 2 ชวโมงทำางานตอสปดาห4. ผทรงคณวฒอานผลงานทางวชาการเพอตพมพในวารสาร คดภาระงาน

2 ชวโมงทำางานตอสปดาหตอบทความ (หาร 16)5. งานบรการวชาการตามศาสตรของสาขาวชา เชน บรรณาธการ ตรวจ

เครองมอการวจย กรรมการวพากษหลกสตร กรรมการตดสน เปนตน และงานบรการวชาการเปนโครงการทกอใหเกดรายได 1 เรอง คดภาระงาน 2 ชวโมงทำางานตอสปดาห (หาร 16)

6. อาจารยผควบคม/ทปรกษา/ผฝกสอนนกศกษาทเขารวมแขงขนหรอรวมนำาเสนองานวจย6.1 ระดบจงหวด 1 คร"ง คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห

(หาร 16)6.2 ระดบภมภาค 1 คร"ง คดภาระงาน 2 ชวโมงทำางานตอสปดาห

(หาร 16)6.3 ระดบชาต 1 คร"ง คดภาระงาน 3 ชวโมงทำางานตอสปดาห (หาร

16)6.4 ระดบนานาชาต 1 คร"ง คดภาระงาน 4 ชวโมงทำางานตอสปดาห

(หาร 16)หมายเหต กรณทไดรบรางวลทกประเภท/ทกอนดบใหคณ 2

7. กจกรรมบรการวชาการในลกษณะการแสดงผลงานศลปะ/นทรรศการ/งานออกแบบ 7.1 ระดบจงหวด คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห7.2 ระดบชาต คดภาระงาน 2 ชวโมงทำางานตอสปดาห7.3 ระดบนานาชาต คดภาระงาน 3 ชวโมงทำางานตอสปดาห

8. อาจารยอปเทศ คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห9. อาจารยทปรกษาในการทำาผลงานทางวชาการ คดภาระงาน 1 ชวโมง

ทำางานตอสปดาห

124. ภาระงานทะนบำารงศลปะและวฒนธรรม ตามขอ 5(4) ของขอบงคบฯ

วาดวยการกำาหนดภาระงานทางวชาการของผดำารงตำาแหนงอาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย พ.ศ.2559

นยาม“ภาระงานทะนบำารงศลปะและวฒนธรรม” หมายถง งานหรอกจกรรมเพอทะนบำารงศลปะและวฒนธรรม อนเปนการดำารงไวซงคณคา อตลกษณของทองถน เอกลกษณของชาต ปลกฝงความเปนชาตในลกษณะตาง ๆ รวมท"งงานหรอกจกรรมทมลกษณะเสรมสรางคณลกษณะของนกศกษาหลกเกณฑการคำานวณภาระงาน

เขารวมงานหรอกจกรรมเพอทะนบำารงศลปะและวฒนธรรม/เขารวมงานหรอกจกรรมทมลกษณะเสรมสรางคณลกษณะของนกศกษา ของหนวยงาน ระดบหลกสตร คณะ มหาวทยาลย1. นอยกวา 50% ของกจกรรมในแผนงาน คดภาระงาน 0.5 ชวโมง

ทำางานตอสปดาห (หาร 16)2. ต"งแต 50% ข"นไป ของกจกรรมในแผนงาน คดภาระงาน 1 ชวโมง

ทำางานตอสปดาห (หาร 16)

5. ภาระงานอน ๆ ตามขอ 5(5) ของขอบงคบฯ วาดวยการกำาหนดภาระงานทางวชาการของผดำารงตำาแหนงอาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย พ.ศ.2559

นยาม“ภาระงานอน ๆ” หมายถง งานหรอกจกรรมทสอดคลองกบพนธกจของมหาวทยาลย และประกาศ ก.พ.อ. เรอง หลกเกณฑและวธการพจารณาแตงต"งบคคลใหดำารงตำาแหนงผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารยหลกเกณฑการคำานวณภาระงาน1. สภามหาวทยาลย

กรรมการสภามหาวทยาลย/เลขานการสภามหาวทยาลย คดภาระงาน 2 ชวโมงทำางานตอสปดาห

2. สภาคณาจารยและขาราชการ

13ประธานสภาคณาจารยและขาราชการ คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาหกรรมการสภาคณาจารยและขาราชการ คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห

3. สภาวชาการกรรมการสภาวชาการ คดภาระงาน 1.5 ชวโมงทำางานตอสปดาห

4. คณะกรรมการ คณะอนกรรมการ หรอคณะทำางานทสภามหาวทยาลยหรอมหาวทยาลยแตงต"งประธานกรรมการ คดภาระงาน 0.5 ชวโมงทำางานตอสปดาหกรรมการหรอเลขานการ คดภาระงาน 0.5 ชวโมงทำางานตอสปดาห

5. กรรมการหรอเลขานการทแตงต"งโดย ทปอ. คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาห

6. งานหลกสตรประธานสาขาวชา คดภาระงาน 10 ชวโมงทำางานตอสปดาหกรรมการสาขาวชา คดภาระงาน 2.5 ชวโมงทำางานตอสปดาหกรรมการและเลขานการสาขาวชา คดภาระงาน 5 ชวโมงทำางานตอ

สปดาห7. งานคณะหรอสำานก สถาบน

ประธานกลมศาสตรศกษาทวไป/กลมวชาชพ คดภาระงาน 1 ชวโมงทำางานตอสปดาหกรรมการกลมศาสตรศกษาทวไป/กลมวชาชพ คดภาระงาน 0.5 ชวโมงทำางานตอสปดาห

8. งานพสดกรรมการตรวจรบพสดหรอตรวจรบการจางทมมลคา 1 - 5 ลานบาท คดภาระงาน 8 ชวโมงทำางานตอสปดาหกรรมการตรวจรบพสดหรอตรวจรบการจางทมมลคามากกวา 5 ลานบาท คดภาระงาน 10 ชวโมงทำางานตอสปดาหหวหนาเจาหนาทพสดระดบคณะ คดภาระงาน 5 ชวโมงทำางานตอสปดาห

149. งานประกนคณภาพการศกษา

งานประกนคณภาพการศกษาหลกสตร อาจารยผรบผดชอบหลกสตร/อาจารยประจำาหลกสตร/อาจารยผสอน ไดภาระงานตามคะแนนประเมน ชวโมงทำางานตอสปดาห งานประกนคณภาพการศกษาคณะ คณบด รองคณบด ผชวยคณบด คดภาระงานตามคะแนนประเมน ชวโมงทำางานตอสปดาห

6. งานบรหาร ตามประกาศฯ เรองหลกเกณฑ วธการคดคำานวณภาระงานนยาม“ผดำารงตำาแหนงประเภทผบรหาร หมายถง ขาราชการหรอพนกงาน”มหาวทยาลยซงดำารงตำาแหนงอธการบด รองอธการบด คณบด หวหนาหนวยงานทเรยกชออยางชอทมฐานะเทยบเทาคณะ ผชวยอธการบด รองคณบด รองหวหนาหนวยงานทเรยกชออยางอนทมฐานะเทยบเทาคณะหลกเกณฑการคำานวณภาระงาน1. อธการบด คดภาระงาน 35 ชวโมงทำางานตอสปดาห2. รองอธการบด คณบด หวหนาหนวยงานทเรยกชออยางชอทมฐานะ

เทยบเทาคณะ คดภาระงาน 30 ชวโมงทำางานตอสปดาห3. ผชวยอธการบด รองคณบด รองหวหนาหนวยงานทเรยกชออยางอนท

มฐานะเทยบเทาคณะ คดภาระงาน 25 ชวโมงทำางานตอสปดาห4. ผชวยคณบด คดภาระงาน 15 ชวโมงทำางานตอสปดาห5. หวหนาหนวยจดการงานวจยเชงพ"นท/หวหนาหนวยวจยเฉพาะทาง

(Research Unit) คดภาระงาน 10 ชวโมงทำางานตอสปดาห6. กรรมการหนวยจดการงานวจยเชงพ"นท/กรรมการหนวยวจยเฉพาะทาง

(Research Unit) คดภาระงาน 5 ชวโมงทำางานตอสปดาห

สวนท 2 รายงานผลการปฏบตงานกำาหนดขอตกลง

1 รายงานผลการปฏบตงานดานภาระงานสอนท รหสวชา/วชา จำานวน

นกศกจำานวนหนวยก

ภาระงานชวโมงทำางานตอ

15ษา ต สปดาห

2. รายงานผลการปฏบตงานดานภาระงานวจยและงานวชาการอนๆ

ทงานวจยและงานวชาการ

อนภาคการศกษาท

ไดรบอนมต

ภาระงานชวโมงทำางานตอสปดาหทำางานตอสปดาห

3. รายงานผลการปฏบตงานดานบรการวชาการ

ท งานบรการวชาการภาระงาน

ชวโมงทำางานตอสปดาห

4. รายงานผลการปฏบตงานดานทะนบำารงศลปะและวฒนธรรม

ท ทะนบำารงศลปะและวฒนธรรมภาระงาน

ชวโมงทำางานตอสปดาห

5. รายงานผลการปฏบตงานดานภาระงานอนๆ

ท งานอนๆภาระงาน

ชวโมงทำางานตอสปดาห

16

6. รายงานผลการปฏบตงานดานงานบรหาร ตามประกาศฯ เรองหลกเกณฑ วธการคำานวณภาระงาน

ท งานบรหารภาระงาน

ชวโมงทำางานตอสปดาห

รวม

ลงชอ ...............................................ผรบการประเมน

(…………………………………………..)

ตำาแหนง............................................. วนท

...................................

สวนท 3 ประเมนผลสมฤทธของงานหลกเกณฑการประเมนผลสมฤทธของงาน

การประเมนผลสมฤทธของงานของบคลากรสายวชาการ พจารณาจากจำานวนชวโมงทำางานตอสปดาหททำาไดเปรยบเทยบกบจำานวนชวโมงทำางานตอสปดาหของผไดจำานวนชวโมงทำางานตอสปดาหสงสดของคณะ

ผลการปฏบตงานตามภาระงาน(ชวโมงทำางานตอ

สปดาห)1.งานสอน

172.งานวจยและงานวชาการอน3.งานบรการวชาการ4.งานทำานบำารงศลปะและวฒนธรรม5.งานอนๆ6.งานบรหารผลรวมจำานวนช วโมงทำางานต อส ปดาห ของผ ร บประเม น

[A] = คะแนนประเมนผลสมฤทธของงาน = ( จำานวนช วโมงทำางานต อส ปดาห ของผ ร บประเม น

จำานวนช วโมงทำางานต อส ปดาห ส งส ด ) x 100= …………………………. คะแนน

ลงชอ ...............................................ผประเมน

(…………………………………………..)

ตำาแหนง............................................. วนท

...................................

แบบ ป.ร.2

แบบประเมนพฤตกรรมการปฏบตราชการ(สายวชาการ)

ขอมลผรบการประเมน

รอบการประเมน รอบท 1 1 ตลาคม ........................ ถง 31 มนาคม ...........................

รอบท 2 1 เมษายน ...................... ถง 30 กนยายน .........................

18ชอผรบการประเมน (นาย/นาง/นางสาว)

ตำาแหนง อาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย

สงกด ชอผประเมน (นาย/นาง/นางสาว) (ผบงคบบญชาช"นตน) ตำาแหนง

ประเมนพฤตกรรมการปฏบตราชการ (30%)หลกเกณฑการประเมนสมรรถนะ

การประเมนพฤตกรรมการปฏบตราชการหรอสมรรถนะพจารณาจากพฤตกรรมทแสดงออกเปรยบเทยบกบพฤตกรรมทคาดหวง (ระดบสมรรถนะทคาดหวง) ท"งน" ระดบพฤตกรรมทแสดงออกเปนไปตามคำาอธบายรายละเอยดสมรรถนะแนบทายประกาศมหาวทยาลยราชภฏนครศรธรรมราช ก.บ.ม. เรองคาระดบทคาดหวงในสมรรถนะในแตละตำาแหนงสำาหรบการปฏบตราชการของบคลากร พ.ศ.2554

1. สมรรถนะหลก

สมรรถนะ

ระดบสมรรถนะทคาดหวง

ผลการประเมนสมรรถนะ

อ. ผ รศ.

ระดบสมรรถนะทแสดงออก

ระดบผลตางเทยบกบ

มาตรฐาน (+/-)

(1) (2) (3) = (2) – (1)

(1) การมงผลสมฤทธ

2 3 4 5

(2) การบรการทด 2 3 4 5

(3) ความเขาใจองคกรและระบบราชการ

2 3 4 5

(4) การยดมนใน 2 3 4 5

19ความถกตองชอบธรรม

(5) การทำางานเปนทม

2 3 4 5

2. สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต(1) การคนควาถายทอด

ความร

2 3 4 5

(2) การพฒนาศกยภาพคน

2 3 4 5

(3) การคดวเคราะห 2 3 4 5

(4) การสบเสาะขอมล 2 3 4 5

3. สมรรถนะทางการบรหาร

สมรรถนะ

รองอธการบด/คณบดหรอเทยบเทา

ผชวยอธการบด/รองคณบด

หรอเทยบเทา

ระดบสมรรถนะ

ทแสดงออ

ระดบผลตางเทยบ

กบมาตรฐาน (+/-)

(1) 4 3(2) 4 3(3) 4 3(4)

ปรบเปลยน4 3

(5)มอบหมายงาน

4 3

(6) 4 3

การคำานวณผลการประเมน

หลกเกณฑการคำานวณจำานวน[1]

ตวคณ[2]

คะแนนทได[3] = [1]

x [2]จำานวนสมรรถนะ ทไดรบการประเมนเทากบหรอสงกวา

3

20คาระดบทคาดหวงจำานวนสมรรถนะ ทไดรบการประเมนตำากวาคาระดบทคาดหวง 1 ระดบ 2

จำานวนสมรรถนะ ทไดรบการประเมนตำากวาคาระดบทคาดหวง 2 ระดบ 1

จำานวนสมรรถนะ ทไดรบการประเมนตำากวาคาระดบทคาดหวง 3 ระดบ 0

รวมจำานวนสมรรถนะ [4] = รวมคะแนน

[5] =

คะแนนประเมนสมรรถนะ = คะแนนรวม

x 3จำานวนสมรรถนะ x 100=

[5 ][ 4 ] x 3

x 100 = [B]

ลงชอ ................................................ผประเมน

(…………………………………………..)

ตำาแหนง.............................................

วนท ....................................................

แบบ ป.ร.3

แบบสรปการประเมนผลการปฏบตราชการ(สายวชาการ)

211. ขอมลของผรบการประเมน

รอบการประเมน รอบท 1 1 ตลาคม .............................. ถง 31 มนาคม ……………………………

รอบท 2 1 เมษายน .............................. ถง 30 กนยายน ..............................ชอผรบการประเมน (นาย/นาง/นางสาว)

ตำาแหนง อาจารย ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย

สงกด

2. ขอมลเกยวกบการลา

ประเภทจำานวน

ประเภทจำานวน

คร"ง วน คร"ง วนมาสาย ลาปวยจำาเปนตอง

รกษาตวลาปวย ขาดราชการลากจ อนๆ (ลาพก

ผอน/..........)

หลกเกณฑการเลอนเงนเดอนทเกยวกบการลา8

ขาราชการพลเรอนในสถาบนอดมศกษา ซงจะไดรบการพจารณาเลอนเงนเดอนในแตละคร"งตองอยในหลกเกณฑ ดงตอไปน"

(1) ในครงปทแลวมามผลการประเมนการปฏบตราชการไมตำากวาระดบตามทสภาสถาบนอดมศกษากำาหนด

(2) ในครงทแลวมาตองไมถกสงลงโทษทางวนยทหนกกวาโทษภาคทณฑหรอไมถกศาลพพากษาในคดอาญาใหลงโทษในความผดทเกยวกบการปฏบต

8 ขอ 8 ของประกาศ ก.พ.อ. เรองหลกเกณฑ วธการและเงอนไขการเลอนเงนเดอนขาราชการพลเรอนในสถาบนอดมศกษา พ.ศ.2553 ประกอบขอ 15 ของประกาศ ก.พ.อ. เรอง หลกเกณฑ วธการและเงอนไขการเลอนเงนเดอนขาราชการพลเรอนในสถาบนอดมศกษา พ.ศ.2554

22หนาทราชการหรอความผดททำาใหเสอมเสยเกยรตศกดของตำาแหนงหนาทราชการของตน ซงมใชความผดทไดกระทำาโดยประมาทหรอความผดลหโทษ

(3) ในครงปทแลวมาตองถกสงพกราชการเกนกวาสองเดอน(4) ในครงปทแลวมาตองไมขาดราชการโดยไมมเหตผลอนสมควร(5) ในครงปทแลวมาตองไดรบการบรรจเขารบราชการมาแลวไมนอยกวาส

เดอนหรอไดปฏบตราชการมาแลวเปนเวลาไมนอยกวาสเดอนหรอไดปฏบตราชการมาแลวเปนเวลาไมนอยกวาสเดอนกอนถงแกความตาย

(6) ในครงปทแลวมา สำาหรบผไดรบอนญาตใหไปศกษา ฝกอบรม ดงาน หรอปฏบตการวจยในประเทศหรอตางประเทศตองมเวลาปฏบตราชการไมนอยกวาสเดอน

(7) ในครงปทแลวมา สำาหรบผไดรบอนญาตใหลาตดตามคสมรสไปปฏบตราชการหรอปฏบตงานในตางประเทศ ตองมเวลาปฏบตราชการไมนอยกวาสเดอน

(8) ในครงปทแลวมาตองไมลา หรอทำางานสายเกนจำานวนคร"งทผบงคบบญชาผมอำานาจสงเลอนเงนเดอนหรอผซงไดรบมอบหมายกำาหนดเปนหนงสอไวกอนแลว โดยคำานงถงลกษณะงานและสภาพทองทอนเปนทต"งของแตละสวนราชการหรอหนวยงาน

(9) ในครงปทแลวมาตองมเวลาปฏบตราชการ โดยมวนลาไมเกนยสบสามวนแตไมรวมถงวนลาตาม (6) หรอ (7) และวนลาดงตอไปน"(ก)ลาอปสมบท หรอลาไปประกอบพธฮจย ณ เมองเมกกะประเทศ

ซาอดอาระเบยเฉพาะวนลาทมสทธไดรบเงนเดอนระหวางลาตามกฎหมายวาดวยการจายเงนเดอน

(ข) ลาคลอดไมเกนเกาสบวน(ค)ลาปวยซงจำาเปนตองรกษาตวเปนเวลานานไมวาคราวเดยวหรอหลาย

คราวรวมกนไมเกนหกสบวนทำาการ(ง) ลาปวยเพราะประสบอนตรายในขณะทปฏบตราชการตามหนาทหรอใน

ขณะปฏบตราชการตามหนาทหรอในขณะเดนทางไปหรอกลบจากการปฏบตราชการตามหนาท

(จ) ลาพกผอน(ฉ)ลาเขารบการตรวจเลอกหรอเขารบการเตรยมพล(ช) ลาไปปฏบตงานในองคการระหวางประเทศ

การนบจำานวนวนลาสำาหรบการลาปวยหรอการลากจสวนตวใหนบเฉพาะวนทำาการ

3. สรปผลการประเมน

23

องคประกอบการประเมน(ก)

คะแนน(ข)

นำาหนก(ก)x(ข)ผลรวมคะแนน

องคประกอบท 1: ผลสมฤทธของงาน

[A] …………

70%

องคประกอบท 2: พฤตกรรมการปฏบตราชการ

[B] …………

30%

รวม 100%

ระดบผลการประเมน ระดบ 5 ดเดน ชวงคะแนน 90 - 100 ระดบ 4 ดมาก ชวงคะแนน 80 - 89 ระดบ 3 ด ชวงคะแนน 70 - 79 ระดบ 2 พอใช ชวงคะแนน 60 - 69 ระดบ 1 ตองปรบปรง ชวงคะแนน ตำากวา 60

หมายเหตผใดมผลการปฏบตราชการในระดบทตองใหไดรบการพฒนา

ปรบปรงตนเอง ผน"นตองทำาคำามนในการพฒนาปรบปรงตนเอง คร "งท 1 โดยมระยะเวลาไมเกนสามรอบการประเมน

กรณทไมผานการประเมนตามคำามนในการพฒนาปรบปรงตนเอง อธการบดอาจดำาเนนการ

(1) สงใหออกจากราชการ

24(2) สงใหผน "นทำาคำามนในการพฒนาปรบปรงตนเอง คร "งท 2 โดย

มระยะเวลา 1 รอบการประเมน หากไมผาน อธการบดตองสงใหออกจากราชการ

ผถกสงใหออกจากราชการมสทธอทธรณตอ ก.อ.ร. ภายใน 30 วนนบแตวนทราบคำาสงหรอวนทถอวาทราบคำาสงใหออกจากราชการ9

4. แผนการพฒนาการปฏบตงานรายบคคลความร/ทกษะ/

สมรรถนะทตองไดรบการพฒนา

วธการพฒนาชวงเวลาทตองการ

พฒนา

5. การรบทราบผลการประเมนผรบการประเมน : ไดรบทราบผลการประเมนและ

แผนพฒนาการปฏบตงานรายบคคลแลว

ลงชอ...................................................................ตำาแหนง .............................................................

9 มาตรา 62 แหงพระราชบญญตระเบยบขาราชการพลเรอนในสถาบนอดมศกษา แกไขเพมเตม (ฉบบท 3) พ.ศ.2549 และขอ 3 ขอ 4 และ ขอ 6 ของกฎ ก.พ.อ. วาดวยการสงใหขาราชการพลเรอนในสถาบนอดมศกษาออกจากราชการ กรณไมสามารถปฏบตราชการใหมประสทธภาพเกดประสทธผล พ.ศ.2558

25วนท.......................................................................

ไดแจงผลการประเมนเมอวนท.................................แตผรบการประเมนไมลงนามรบทราบผลการประเมนโดยม........................................................เปนพยาน

ลงชอ...................................................พยาน

ตำาแหนง.......................................................

วนท................................................................

ลงชอ...................................................พยาน

ตำาแหนง.......................................................

วนท...............................................

ลงชอ...................................................................ตำาแหนง .............................................................วนท.......................................................................

26.................

แนวทางการประเมนสมรรถนะ10

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

พฤตกรรมการปฏบตงาน (สมรรถนะหลก)1. สงเกรดชากวา

กำาหนด/1 1 1 1 1

10 ผประเมนสามารถประเมนสงกวาหรอตำากวาไดตามสถานการณแวดลอมและขอเทจจรง

28แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

แกเกรด I ชากวากำาหนด2. ขอเปลยนแปลง

เกรดไมเปนไปตามปฏทนวชาการ

1 1 1 1 1

29แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

3. ไมสงผลทวนสอบรายวชา 1 1 1 1 1

4. ไมสงขอสอบ 1 1 1 1 15. นกศกษารองเรยน 1 1 1 1

30แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

5.1 ผลการตรวจสอบขอเทจจรงของคณะเปนจรงตามเรอง

31แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

รองเรยน

5.2 ผลการตรวจสอบขอเทจจรง

0 0 0 0

32แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

ของมหาวทยาลยเปนจรงตามเรองรองเรยน

33แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

6. ละเลยภาระงานตามบทบาทอาจารยทปรกษา เชน ไมตรวจสอบการลงทะเบยน

1 1 1 1

34แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

ใหเปนไปตามโครงสรางหลกสตร

7. การละเลยภาระงานตามบทบาทหนาท

1 1 1 1 1

35แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

ผรบผดชอบหลกสตร เชน การพฒนาหลกสตร,ประกน

36แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

คณภาพหลกสตร8. การละท"งภาระงาน

สอน 1 1 1 1

37แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

9. การสงเอกสารตามกรอบมาตรฐานคณวฒระดบอดมศกษา เชน

1 1 1 1 1

38แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

มคอ.3,มคอ.4,มคอ.5 และ มคอ.6 ลาชา

10. พฤตกรรมการไม 1 1 1 1 1

39แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

อทศเวลาในการปฏบตราชการ 11

11. ไมเขารวม 1

11 พจารณาจากจำานวนวนทใชสทธลาในแตละประเภท

40แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

กจกรรม/ประชมของสาขาวชาและคณะ

41แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

12. การสอสารทสรางความขดแยง/ความเสอมเสย/ขอมลทเปนเทจ ตอองคกร

1 1 1

42แนวทางการประเมนสมรรถนะ

พฤตกรรมการปฏบตงาน

ระดบสมรรถนะทแสดงออกสมรรถนะหลก สมรรถนะเฉพาะตามลกษณะงานทปฏบต

(เลอกเพมอก 2)การมง

ผลสมฤท

บรก ความเขาใจองคกรและระบบราชก

าร

การยดมนในความถก

ตองชอบธรรม และ

จรยธรรม

การทำางานเปนทม

การคนควาถายทอดความ

การพฒนาศกยภาพคน

การคดวเคราะ

การสบ

เสาะหาขอมล

ความผกพนทมตอสวน

ราชการ ...

หรอหนวยงาน12

12 การโพสตขอความทสรางความเสอมเสยตอองคกรหรอหนวยงาน การนำาเอาขอมลในทประชมไปเปดเผย การไมรกษาความลบของทางราชการ การกลาววาจาไมสภาพในทประชม

top related