eme1.obec.go.theme1.obec.go.th/.../files/151_-2018-06-13_135508-1.docx · web view4.2...

Post on 29-Jan-2020

6 Views

Category:

Documents

0 Downloads

Preview:

Click to see full reader

TRANSCRIPT

แผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรตสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง

ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑

สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทองสำานกงานคณะกรรมการการศกษาขนพนฐาน

คำานำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนท

การศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 ดำาเนนการภายใตโครงการเสรมสรางคณธรรม จรยธรรม และธรรมาภบาลในสถานศกษา ซงสอดคลองกบยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรต ระยะท 3 (พ.ศ. 2560-2564) และเปนไปตามแนวทางการจดทำางบประมาณในลกษณะบรณาการเชงยทธศาสตร ประเดนการปองกน ปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบ ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 ภายใตแนวทางหลก 3 แนวทาง ประกอบดวย 1) สรางจตสำานก และปลกฝงความซอสตยสจรต 2) สรางกลไกปองกนการทจรต และ 3) เสรมสรางประสทธภาพในการปราบปรามการทจรต

แผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 ประกอบดวยสาระสำาคญ คอ สวนท 1 บทนำา นำาเสนอความเปนมาตรการปองกนและปราบปรามการทจรต บทวเคราะหสถานการณทจรต ผลการประเมนคณธรรมและความโปรงใสการดำาเนนงานของสำานกงานเขตพนทการศกษา (ITA) สวนท 2 บรบททเกยวของ ไดแก ยทธศาสตรชาต นโยบาย และคำาสงทเกยวของ สวนท 3 แผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 แสดงรายละเอยดวสยทศน พนธกจ และยทธศาสตรของแผนปฏบตการฯ ดงกลาว การตดตามประเมนผล ความเชอมโยงของการจดทำาแผน และขอมลชอโครงการ ตวชวดและคาเปาหมาย และงบประมาณ

ขอขอบพระคณหนวยงานและผมสวนเกยวของทใหความรวมมอในการจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขต

พนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 จนสำาเรจ เพอเปนกรอบทศทางในดำาเนนการปองกนและปราบปรามการทจรตทสอดคลองกบยทธศาสตรชาต และนโยบายสำาคญ อนจะสงผลใหการทจรตในการปฏบตราชการลดนอยลง

สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง

๕ มนาคม ๒๕๖๑

สารบญหนา

คำานำา ……………………………………………………………………………………………………………………………………..

สารบญ …………………………………………………………………………………………………………………………………..

สวนท ๑ บทนำา ………………………………………………………………………………….………………………………….

- ความเปนมา ๑

...........................................................................

...........................................- ขอมลของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง .......................................... ๒- การวเคราะหผลการประเมนคณธรรมและความโปรงใสการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment – ITA) ของสำานกงาน เขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ……………………………………………………………….. ๓

- กรอบการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ........................................................ ๓

- เครองมอในการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ........................................................ ๔

- คะแนนภาพรวมของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ป 2558 - 2560 ๔

- คะแนนรายดชนของกระทรวงศกษาธการ ป 2559 – 2560 ........................................ ๔

- แนวทางการจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 ................................ ๕

สวนท ๒ บรบททเกยวของ ………………………………………………………………………..……………………………

- ยทธศาสตรชาต ระยะ ๒๐ ป

………………………………..………………………………………………..- แผนการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2560 - 2579 ………………………………………..……………… ๘- นโยบายรฐบาล พลเอก ประยทธ จนทรโอชา ทแถลงตอสภานตบญญตแหงชาต …….….. ๑๖

- นโยบายรฐมนตรวาการกระทรวงศกษาธการ (นายธระเกยรต เจรญเศรษฐศลป) ............ ๑๘

- คำาสง คสช. ท ๖๙/๒๕๕๗ เรองมาตรการปองกนและแกไขปญหาการทจรตประพฤตมชอบ .. ๑๘

สวนท ๓ ทศทางการพฒนา ……………………………….……………………………………………………………….……

๑๙

- วสยทศน ……………………………………………………………………………………………………………...

๑๙

- พนธกจ ………………………………………………………………………………………………………………...

๑๙

- เปาประสงค ………………………………………………………………………………………………………….

๑๙

- ยทธศาสตร ........................................................................................................................

๑๙

- ตวชวด ………………………………………………………………………………………………………….…….

๑๙

- รายละเอยดโครงการ/กจกรรม ๒๓

…………………………………………………………………………….…- แบบสรปโครงการ/กจกรรม ……………………………………………………………..………………….…

๒๗

ภาคผนวก ……………………………………………………………………………………………………….……………………..

๒๘

- คำาสง สพป.อางทอง ท ๖๑/๒๕๖๑ เรอง แตงตงคณะทำางานวเคราะหความเสยงและจดทำาแผนการปองกนและปราบปรามการทจรตของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ……………………………………………………………..………………………….… ๒๙

สวนท ๑ บทนำา

ความเปนมาการทจรตในสงคมไทยระหวางชวงเวลากวาทศวรรษ สงผลเสยตอ

ประเทศอยางมหาศาลและเปนอปสรรคสำาคญตอการพฒนาเศรษฐกจ สงคม การเมอง ในทกมต รปแบบการทจรตจากเดมทเปนทจรตทางตรงไมซบซอน อาท การรบสนบน การจดซอจดจาง ในปจจบนไดปรบเปลยนเปนการทจรตทซบซอนมากขนตวอยางเชน การทจรตเชงนโยบาย การทจรตขามแดนขามชาต ซงเชอมโยงไปสอาชญากรรมอน ๆ มากมายและสงผลกระทบทางลบในวงกวาง

รฐบาลไดตระหนกในสถานการณการทจรตทงในภาครฐและในระดบชาต พลเอกประยทธ จนทรโอชา นายกรฐมนตร ไดประกาศนโยบายในการ

ปองกนและปราบปรามการทจรต ปรากฏในดานการสงเสรมการบรหาร ราชการแผนดนทมธรรมาภบาลและการปองกนปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบในภาครฐ ขอ ๑๐.๕ ใชมาตรการทางกฎหมาย การปลกฝงคานยม คณธรรม จรยธรรมและจตสำานกในการรกษาศกดศรของความเปนขาราชการและความซอสตยสจรต ควบคกบการบรหารจดการภาครฐทมประสทธภาพเพอปองกนและปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบของเจาหนาทของรฐทกระดบอยางเครงครด ยกเลกหรอแกไขกฎหมาย ระเบยบ ขอบงคบตาง ๆ ทไมจำาเปน สรางภาระแกประชาชนเกนควร หรอเปดชองโอกาสการทจรต เชน ระเบยบการจดซอจดจาง การอนญาต อนมต และการขอรบบรการจากรฐ ซงมขนตอนยดยาวใชเวลานาน ซำาซอนและเสยคาใชจายทงของภาครฐและประชาชน ประกอบกบยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรต ระยะท ๓ (๒๕๖๐ ๒๕๖๔– ) ซงเปนกรอบทศทางการดำาเนนการของทกภาคสวนในการปองกนและปราบปรามการทจรต และนโยบายปราบปรามการทจรตของรฐบาล ทมงสงเสรมปลกจตสำานกใหสงคมไทยมวนย และยดมนในคณธรรม จรยธรรม ควบคกบการพฒนาเครอขายปองกนและปราบปรามการทจรตอยางบรณาการโดยใหประชาชนมบทบาทสำาคญในกระบวนการดำาเนนงานอยางมสวนรวม โปรงใส เสมอภาคและเปนธรรม สรางระบบและกลไกทมอสระอยางแทจรงในการตรวจสอบ ควบคม กระจาย ถวงดลอำานาจ ควบคกบการพฒนากฎหมาย กฎระเบยบ ตลอดจนพฒนาทรพยากรมนษย ระบบขอมลสารสนเทศ รวมทงพฒนาและเผยแพรองคความรดานการปองกนและปราบปรามการทจรตอยางมจรรยาบรรณและตอเนอง โดยยทธศาสตรดงกลาวเปนผลจากสถานการณการทจรตทมการเปลยนแปลงอยางรวดเรวตอเนอง และบทเรยนทไดรบจากการแปลงยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรตทงสองฉบบทผานมาสการปฏบตจงไดมการรเรมแนวคดในการปรบปรงยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรต

ใหสอดคลองกบสภาพปญหาและสถานการณการดำาเนนงานดานการปองกนและปราบปรามการทจรตทเปลยนแปลงไปในปจจบน โดยจะตองสามารถตอบโจทยตอปญหาหรอสถานการณการทจรตทประชาชนและหนวยงานตาง ๆ ตองเผชญอยจรง ตองมการคำานงถงบทบาทของทกภาคสวนไมวาจะเปนหนวยงานภาครฐ ภาคเอกชน ภาควชาการ องคกรสาธารณะ สอมวลชน และภาคประชาสงคม เพอใหเขามามสวนรวมในทกกระบวนการ ตงแตกระบวนการจดทำายทธศาสตรชาตฯ การแปลงยทธศาสตรชาตฯไปสการปฏบตการตดตามประเมนผลและรายงานผลการดำาเนนการตามยทธศาสตรชาตฯ ใหรฐสภาและสาธารณชนไดรบทราบในทกปงบประมาณ ทงน เพอใหเกดการบรณาการความรวมมอจากทกภาคสวนในการตอตานการทจรตทกรปแบบอยางเขมแขง เพอใหประเทศไทยเปนประเทศทมมาตรฐานความโปรงใสเทยบเทาสากล

คณะรฐมนตร มมตเมอวนท 11 ตลาคม 2559 เหนชอบยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรต ระยะท 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ซงกำาหนดวสยทศน ประเทศไทย ใสสะอาด ไทยทงชาตตานทจรต“ (Zero Tolerance and Clean Thailand)” กำาหนดพนธกจหลกเพอสรางวฒนธรรมการตอตานการทจรต ยกระดบธรรมาภบาลในการบรหารจดการทกภาคสวน และปฏรปกระบวนการปองกนและปราบปรามการทจรตทงระบบ ใหมมาตรฐานเทยบเทาสากล ผานยทธศาสตร ๖ ดาน ไดแก สรางสงคมทไมทนตอการทจรต ยกระดบเจตจำานงทางการเมอง ในการตอตานการทจรต สกดกนการทจรตเชงนโยบาย พฒนาระบบปองกนการทจรตเชงรก ปฏรปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทจรต และยกระดบดชนการรบรการทจรตของประเทศไทย โดยเปาประสงคของยทธศาสตรชาตฯ ระยะท ๓ คอ ประเทศไทยมคาดชนการรบรการทจรต

(CPI) สงกวารอยละ ๕๐ เพอใหเปนมาตรฐานเปนทยอมรบจากทงภายในและตางประเทศ

สำานกงาน ป.ป.ช. รวมกบ สำานกงาน ป.ป.ท. ไดกำาหนดแนวทางการจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบ เพอใหสวนราชการและหนวยงานภาครฐแปลงแนวทางและมาตรการตามยทธศาสตรชาตฯ ไปสการปฏบตโดยกำาหนดไวในแผนปฏบตราชการ 4 ป และแผนปฏบตราชการประจำาป โดยใหยดกรอบยทธศาสตรหลกทใชในการจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบใหคำานงถงความสอดคลองกบยทธศาสตรชาต 20 ป (พ.ศ. 2560 – 2579) ยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรต ระยะท 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) และแผนแมบทบรณาการปองกนและปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบ ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2560 – 2579) จงนำามาสการจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 ฉบบน

สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง จงไดจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 เพอเปนกรอบทศทางในดำาเนนการปองกนและปราบปรามการทจรตทสอดคลองกบยทธศาสตรชาตและนโยบายสำาคญ อนจะสงผลใหการทจรตในการปฏบตราชการของทกสวนราชการสงกดกระทรวงศกษาธการลดนอยลง

ขอมลของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง เปนสวน

ราชการสงกดสำานกงานคณะกรรมการการศกษาขนพนฐาน กระทรวงศกษาธการ มภารกจอำานาจหนาทในการสงเสรม สนบสนน ใหบรการการศกษาขนพนฐานใหแกประชาชนและเดกนกเรยนใน ๗ อำาเภอ ไดแก อำาเภอเมองอางทอง อำาเภอไชโย อำาเภอปาโมก อำาเภอโพธทอง อำาเภอวเศษชยชาญ อำาเภอสามโก และอำาเภอแสวงหา โดยมโรงเรยนในสงกด รวม ๑๔๕ แหง มเดกนกเรยน ๒๐,๗๘๓ คน สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง มขาราชการครและบคลากรทางการศกษาอน ตามมาตรา 38 ค ชวยปฏบตงานในสำานกงาน โดยแบงออกเปน 7 กลม โดยมกลมบรหารงานบคคล กลมงานวนยและนตการ เปนกลมงานทมภารกจอำานาจหนาทในดานการบรหารงานบคคล และรบผดชอบงานเรองรองเรยน รองทกข ขาราชการครและบคลากรทางการศกษาในสงกด

จากการตรวจสอบเรองรองเรยน รองทกข อนเกยวเนองมาในหวงระยะเวลาจำานวน 3 ป พบวา มจำานวนเรองรองเรยน รองทกข 32 เรอง โดยสวนใหญเปนเรองเกยวกบการปฏบตหนาทราชการของขาราชการครและบคลากรทางการศกษา และเรองรองเรยนทวไป

ในป พ.ศ. 255 ๙ – 25 ๖๐ สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ไดเขารวมกจกรรมโครงการของสำานกงานคณะกรรมการการศกษาขนพนฐาน สำานกงานเขตพนทการศกษาสจรต และไดรบการ“ ”ประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานภาครฐ (ITA) ในปงบประมาณ 255 ๙ – 2560 โดยไดรบผลการประเมน ในป 255 ๙ จำานวนรวมรอยละ ๘๑.๗๖ และไดรบผลการประเมน ในป 25 ๖๐ จำานวนรวมรอยละ 9 ๑.๒ 1

ในรอบป 25 ๖๐ สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ไดดำาเนนการจดกจกรรม แผนงาน โครงการเสรมสรางและพฒนาคณธรรม จรยธรรมและธรรมาภบาลในสถานศกษา ปองกนการทจรต “ ”เพอสนบสนนการปองกนและปราบปรามการทจรตภายในของสำานกงานเขตพนทฯ(เขตสจรต)

การดำาเนนการตามโครงการดงกลาว เปนไปตามแนวทางยทธศาสตรการปองกนและปราบปรามการทจรต ของทางสำานกงานคณะกรรมการศกษาขนพนฐานและสำานกงานปองกนและปราบปรามการทจรตแหงชาตกำาหนดไว

การวเคราะหผลการประเมนคณธรรมและความโปรงใสการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment – ITA) ของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง

สำานกงาน ป.ป.ช. ไดพฒนาเครองมอการประเมนเชงบวกเพอเปนมาตรการปองกนการทจรตและเปนกลไกในการสรางความตระหนกใหหนวยงานภาครฐมการดำาเนนงานอยางโปรงใสและมคณธรรมโดยใชชอวา

การประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของหนวยงานภาค“รฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) โดยสำานกพฒนานวตกรรมการจดการศกษาไดพฒนานวตกรรมเครองมอการประเมนมาใชประเมนสำานกงานเขตพนทการศกษา

การประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของสำานกงานเขตพนทการศกษาไดเรมดำาเนนการในปงบประมาณ พ.ศ. 2558 เปนตนมา และมการขยายขอบเขตและพฒนาใหมประสทธภาพมากยงขนตามลำาดบ

การประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของสำานกงานเขตพนทการศกษา (Integrity and Transparency Assessment: ITA) เปนการประเมนเชงบวกทครอบคลมการปฏบตราชการของหนวยงานภาครฐในทกมต ตงแตการบรหารงานของผบรหารและการปฏบตงานของเจาหนาทภายในหนวยงาน มการประเมน ระบบ“งาน และ วฒนธรรม ในหนวยงาน ตลอดจนประเมนผลการปฏบตงาน” “ ”ในภาพรวมทสะทอนไดจากการรบรของผมสวนไดสวนเสยภายในและผมสวนไดสวนเสยภายนอก

กรอบการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)

กรอบการประเมนคณธรรมและความโปรงใสฯ แบงออกเปน 5 ดชน ดงน

1) ดชนความโปรงใส (Transparency Index)2) ดชนความพรอมรบผด (Accountability Index)3) ด ช น ค ว า ม ป ล อ ด จ า ก ก า ร ท จ ร ต ใ น ก า ร ป ฏ บ ต ง า น

(Corruption - Free Index) 4) ดชนวฒนธรรมคณธรรมในองคกร (Integrity Culture

Index)

5) ดชนคณธรรมการทำางานในหนวยงาน (Work Integrity Index)

เครองมอในการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)

เครองมอทใชในการประเมนคณธรรมและความโปรงใสฯ ม 3 เครองมอ ไดแก

1) แบบสำารวจหลกฐานเชงประจกษ (แบบสำารวจ Evidence – Based)

2) แบบสำารวจความคดเหนผมสวนไดสวนเสยภายใน (แบบสำารวจ Internal)

3) แบบสำารวจความคดเหนผมสวนไดสวนเสยภายนอก (แบบสำารวจ External)

คะแนนภาพรวมของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ป 2558 - 2560

สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ไดเขารวมการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ตงแตปงบประมาณ พ.ศ. 2558 เปนตนมา ผลการประเมนคณธรรมและความโปรงใสการดำาเนนงานตงแตปงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2560 แสดงดงน

หนวยงานผลคะแนน ITA

ป 2558

ป 2559

ป 2560

ส ำา น ก ง า น เ ข ต พ น ท ก า ร ศ ก ษ า

อางทอง

คะแนนเฉลยภาพรวมสำานกงานเขตพนทการศกษา

74.02

81.36 84.70

คะแนนรายดชนของกระทรวงศกษาธการ ป 2559 - 2560ผลการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานของ

หนวยงานภาครฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ของกระทรวงศกษาธการ รายดชนเปรยบเทยบระหวางปงบประมาณ พ.ศ. 2559 - 2560 แสดงรายละเอยดดงน

หนวยงาน

คะแนน ITA ภาพ

รวมดชนท 1 ดชนท 2 ดชนท 3 ดชนท 4 ดชนท 5

ป 59 ป 60 ป 59 ป 60 ป 59 ป 60 ป 59 ป 60 ป 59 ป 60 ป 59 ป 60

สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง

๘๑.๗๖

๙๑.๒๑ ๒๒.๑๒

๒๕.๖๕๑๖.๓๘๑๓.๘๓๑๙.๒๔ ๒๑.๕๒

๑๑.๑๐๑๓.๔๓ ๑๒.๙๒

๑๖.๗๘

จากการเปรยบเทยบขอมลคะแนนรายดชนของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ตงแตปงบประมาณ พ.ศ. 2559 - 2560 พบวา สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ไดคะแนนการประเมนในดชนท ๔ วฒนธรรมคณธรรมในองคกร ซงประกอบดวยประเดน ดานการปองกนผลประโยชนทบซอนในหนวยงาน ตำากวารอยละ 80 ซงสะทอนใหเหนวาสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง มจดบกพรองในเรองขาดการวเคราะหความเสยงเกยวกบการปฏบตทอาจเกดผลประโยชนทบซอน ซงตองดำาเนนการเพอปรบปรงอยางเรงดวน

แนวทางการจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561

การจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทองประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 มแนวทางและขนตอนดงตอไปน

1. ทบทวนขอมลและบรบททเกยวของ2. จดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงาน

เขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยใชกรอบแนวทางตามแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบ กระทรวงศกษาธการ ระยะ 5 ป (พ.ศ. 2560 – 2564)

4. เสนอแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตอ สำานกงานคณะกรรมการการศกษาขนพนฐาน เพอพจารณาใหความเหนชอบใหทกหนวยงานถอปฏบต

สวนท ๒ บรบททเกยวของยทธศาสตรชาต ระยะ ๒๐ ป ยทธศาสตรชาต ระยะ ๒๐ ป เปนยทธศาสตรทยดวตถประสงคหลก

แหงชาตเปนแมบทหลก เพอเปนกรอบการกำาหนดนโยบาย ทศทางการพฒนา การลงทนของภาคเอกชนทสอดรบกบเปาหมายของยทธศาสตรชาต การบรหารราชการแผนดน การจดสรรงบประมาณ ฯลฯ ดงนน ทศทางดานการปองกนและปราบปรามการทจรต การสรางความโปรงใสและธรรมาภบาลในการบรหารราชการแผนดนของหนวยงานภาครฐ ทกหนวยงานจะถกกำาหนดจากยทธศาสตรชาต (วสยทศนประเทศระยะ 20 ป) และยทธศาสตรการพฒนาระยะ 5 ป เพอใหบรรลวสยทศน ประเทศมความ“มนคง มงคง ยงยนเปนประเทศพฒนาแลว ดวยการพฒนาตามปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง นำาไปสการพฒนาใหคนไทยมความสขและตอบสนอง”ตอบตอการบรรลซงผลประโยชนแหงชาต ในการทจะพฒนาคณภาพชวต สรางรายไดระดบสงเปนประเทศพฒนาแลว และสรางความสขของคนไทย สงคมมความมนคง เสมอภาคและเปนธรรม ประเทศสามารถแขงขนไดในระบบเศรษฐกจโดยมกรอบยทธศาสตรชาต ระยะ ๒๐ ป (พ.ศ. 2560 – 2579) ดงน

1. ดานความมนคง

(1) เสรมสรางความมนคงของสถาบนหลกและการปกครองระบอบประชาธปไตยอนมพระมหากษตรยทรงเปนประมข

(2) ปฏรปกลไกการบรหารประเทศและพฒนาความมนคงทางการเมอง ขจดคอรรปชน สรางความเชอมนในกระบวนการยตธรรม

(3) การรกษาความมนคงภายในและความสงบเรยบรอยภายในตลอดจนการบรหารจดการความมนคงชายแดนและชายฝงทะเล

(4) การพฒนาระบบ กลไก มาตรการและความรวมมอระหวางประเทศทกระดบ และรกษาดลยภาพความสมพนธกบประเทศมหาอำานาจ เพอปองกนและแกไขปญหาความมนคงรปแบบใหม

(5) การพฒนาเสรมสรางศกยภาพการผนกกำาลงปองกนประเทศการรกษาความสงบเรยบรอยภายใน ประเทศ สรางความรวมมอกบประเทศเพอนบานและมตรประเทศ

(6) การพฒนาระบบการเตรยมพรอมแหงชาตและระบบบรหารจดการภยพบต รกษาความมนคงของฐานทรพยากรธรรมชาตสงแวดลอม

(7) การปรบกระบวนการทำางานของกลไกทเกยวของจากแนวดงสแนวระนาบมากขน

2. ดานการสรางความสามารถในการแขงขน(1) การพฒนาสมรรถนะทางเศรษฐกจ สงเสรมการคา การลงทน

พฒนาสชาตการคา (2) การพฒนาภาคการผลตและบรการ เสรมสรางฐานการผลตเขม

แขง ยงยน และสงเสรมเกษตรกรรายยอยสเกษตรยงยนเปนมตรกบ สงแวดลอม

(3) การพฒนาผประกอบการและเศรษฐกจชมชน พฒนาทกษะ ผประกอบการ ยกระดบผลตภาพแรงงานและพฒนา SMEs สสากล

(4) การพฒนาพนทเศรษฐกจพเศษและเมอง พฒนาเขตเศรษฐกจพเศษ ชายแดน และพฒนาระบบเมองศนยกลางความเจรญ

(5) การลงทนพฒนาโครงสรางพนฐาน ดานการขนสง ความมนคงและพลงงาน ระบบเทคโนโลยสารสนเทศ และการวจย และพฒนา

(6) การเชอมโยงกบภมภาคและเศรษฐกจโลก สรางความเปนหนสวน การพฒนากบนานาประเทศ สงเสรมใหไทยเปนฐานของการประกอบ ธรกจ ฯลฯ

3. ดานการพฒนาและเสรมสรางศกยภาพคน (1) พฒนาศกยภาพคนตลอดชวงชวต (2) การยกระดบการศกษาและการเรยนรใหมคณภาพเทาเทยมและ

ทวถง (3) ปลกฝงระเบยบวนย คณธรรม จรยธรรม คานยมทพงประสงค (4) การสรางเสรมใหคนมสขภาวะทด (5) การสรางความอยดมสขของครอบครวไทย4. ดานการสรางโอกาสความเสมอภาค และเทาเทยมกนทาง

สงคม(1) สรางความมนคงและการลดความเหลอมลำาทางเศรษฐกจและ

สงคม (2) พฒนาระบบบรการและระบบบรหารจดการสขภาพ (3) มสภาพแวดลอมและนวตกรรมทเออตอการดำารงชวตในสงคม

สงวย (4) สรางความเขมแขงของสถาบนทางสงคม ทนทางวฒนธรรม

และ ความเขมแขงของชมชน (5) พฒนาการสอสารมวลชนใหเปนกลไกในการสนบสนนการพฒนา5. ดานการสรางการเตบโตบน คณภาพชวตทเปนมตรกบสง

แวดลอม(1) จดระบบอนรกษ ฟ นฟและปองกนการทำาลาย

ทรพยากรธรรมชาต

(2) วางระบบบรหารจดการนำาใหมประสทธภาพทง 25 ลมนำา เนนการปรบระบบการบรหารจดการอทกภย อยางบรณาการ

(3) การพฒนาและใชพลงงานทเปนมตรกบสงแวดลอม (4) การพฒนาเมองอตสาหกรรมเชงนเวศและเมองทเปน มตรกบ

สงแวดลอม (5) การรวมลดปญหาโลกรอนและปรบตวใหพรอมกบการ

เปลยนแปลงสภาพภมอากาศ (6) การใชเครองมอทางเศรษฐศาสตรและนโยบายการคลง เพอสง

แวดลอม6. ดานการปรบสมดลและพฒนา ระบบการบรหารจดการภาครฐ(1) การปรบปรงโครงสราง บทบาท ภารกจของหนวยงาน ภาครฐ

ใหมขนาดทเหมาะสม (2) การวางระบบบรหารราชการแบบบรณาการ (3) การพฒนาระบบบรหารจดการกำาลงคนและพฒนา บคลากรภาค

รฐ (4) การตอตานการทจรตและประพฤตมชอบ (5) การปรบปรงกฎหมายและระเบยบตาง ๆ (6) ใหทนสมย เปนธรรมและเปนสากล (7) พฒนาระบบการใหบรการประชาชนของหนวยงานภาครฐ (8) ปรบปรงการบรหารจดการรายไดและรายจายของภาครฐ

แผนการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2560 - 2579แผนการศกษาแหงชาต พ.ศ. 2560 – 2579 กำาหนดวสยทศน คอ

คนไทยทกคนไดรบการศกษาและเรยนรตลอดชวตอยางมคณภาพ ดำารง“ชวต อยางเปนสข สอดคลองกบหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง และ

การเปลยนแปลงของ โลกศตวรรษท ๒๑ โดยมวตถประสงคในการจดการ”ศกษา ๔ ประการ คอ

๑) เพอพฒนาระบบและกระบวนการจดการศกษาทมคณภาพและมประสทธภาพ

๒) เพอพฒนาคนไทยใหเปนพลเมองด มคณลกษณะทกษะและสมรรถนะทสอดคลองกบบทบญญตของรฐธรรมนญแหงราชอาณาจกรไทยพระราชบญญตการศกษาแหงชาตและยทธศาสตรชาต

๓) เพอพฒนาสงคมไทยใหเปนสงคมแหงการเรยนร และคณธรรม จรยธรรม รรกสามคค และรวมมอผนกกำาลงมงสการพฒนาประเทศอยางยงยน ตามหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง

๔) เพอนำาประเทศไทยกาวขามกบดกประเทศทมรายไดปานกลาง และความเหลอมลำาภายในประเทศลดลง

แผนการศกษาแหงชาต วางเปาหมายไว ๒ ดาน คอ 1) เปาหมายดานผเรยน (Learner Aspirations) โดยมงพฒนาผ

เรยนทกคนใหมคณลกษณะและทกษะการเรยนรในศตวรรษท ๒๑ (3Rs8Cs)

2) เปาหมายของการจดการศกษา (Aspirations) ๕ ประการ ซงมตวชวดเพอการบรรลเปาหมาย ๕๓ ตวชวด

แผนการศกษาแหงชาต กำาหนดยทธศาสตรในการพฒนาการศกษาภายใต ๖ ยทธศาสตรหลกทสอดคลองกบยทธศาสตรชาต ๒๐ ป เพอใหแผนการศกษาแหงชาตบรรลเปาหมายตามจดมงหมาย วสยทศนและแนวคดการจดการศกษาดงกลาวขางตน ดงน

ยทธศาสตรท ๑ : การจดการศกษาเพอความมนคงของสงคมและประเทศชาต

ยทธศาสตรท ๒ : การผลตและพฒนากำาลงคน การวจย และนวตกรรรม เพอสรางขดความสามารถในการแขงขนของประเทศ

ยทธศาสตรท ๓ : การพฒนาศกยภาพคนทกชวงวย และการสรางสงคมแหงการเรยนร

ยทธศาสตรท ๔ : การสรางโอกาส ความเสมอภาค และความเทาเทยมทางการศกษา

ยทธศาสตรท ๕ : การจดการศกษาเพอสรางเสรมคณภาพชวตทเปนมตรกบสงแวดลอม

ยทธศาสตรท ๖ : การพฒนาประสทธภาพของระบบบรหารจดการศกษา

ยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรต ระยะท ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔)

วสยทศน

ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทงชาตตานทจรต (Zero Tolerance & Clean Thailand)พนธกจ

สรางวฒนธรรมตอตานการทจรตยกระดบธรรมาภบาลในการบรหารจดการทกภาคสวนแบบบรณาการและปฏรปกระบวนการปองกนและปราบปรามการทจรตทงระบบ ใหมมาตรฐานสากล

เปาประสงคเชงยทธศาสตร

ระดบคะแนนของดชนการรบรการทจรต (Corruption Perceptions Index : CPI) สงกวารอยละ ๕๐

วตถประสงคหลก

๑) สงคมมพฤตกรรมรวมตานการทจรตในวงกวาง๒) เกดวฒนธรรมทางการเมอง (Political Culture) มงตานการ

ทจรตในทกภาคสวน

๓) การทจรตถกยบยงอยางเทาทนดวยนวตกรรมกลไกปองกนการทจรต และระบบบรหารจดการตามหลกธรรมาภบาล

๔) การปราบปรามการทจรตและการบงคบใชกฎหมาย มความรวดเรว เปนธรรม และไดรบความรวมมอจากประชาชน

๕) ดชนการรบรการทจรต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยมคาคะแนนในระดบทสงขน

ยทธศาสตรหลก

ยทธศาสตรมความครอบคลมกระบวนการดำาเนนงานดานการปองกน ปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบ โดยกำาหนดยทธศาสตรการดำาเนนงานหลกออกเปน ๖ ยทธศาสตร ดงน

ยทธศาสตรท ๑ “สรางสงคมทไมทนตอการทจรต”เปนยทธศาสตรทมงเนนใหความสำาคญในกระบวนการการปรบ

สภาพสงคมใหเกดภาวะท ไมทนตอ“ การทจรต โดยเรมตงแตกระบวนการ”กลอมเกลาทางสงคมในทกระดบชวงวยตงแตปฐมวย เพอสรางวฒนธรรมตอตานการทจรต และปลกฝงความพอเพยง มวนย ซอสตย สจรต เปนการดำาเนนการผานสถาบนหรอกลมตวแทน ททำาหนาทในการกลอมเกลาทางสงคมใหมความเปนพลเมองทด ทมจตสาธารณะ จตอาสา และความเสยสละเพอสวนรวม และเสรมสรางใหทกภาคสวนมพฤตกรรมทไมยอมรบและตอตานการทจรตในทกรปแบบ

ยทธศาสตรท ๑ กำาหนดกลยทธและแนวทางตามกลยทธดงนยทธศาสตรท ๑ สรางสงคมทไมทนตอการทจรต

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๑. ปรบฐานความคดทกชวงวยตงแตปฐมวยใหสามารถแยกระหวางผล

๑.๑ พฒนาหลกสตร บทเรยน การเรยนการสอน การนำาเสนอ และรปแบบการปองกนการทจรตตามแนวคดแยกระหวางผลประโยชนสวนตวและผล

ประโยชนสวนตวและผลประโยชนสวนรวม

ประโยชนสวนรวม ในทกระดบ

๑.๒ การกำาหนด พฒนา หรอปรบปรงมาตรฐานทางจรยธรรมและจรรยาบรรณวชาชพ และมการประกาศใชอยางจรงจง

๒. สงเสรมใหมระบบและกระบวนการกลอมเกลาทางสงคมเพอตานทจรต

๒.๑ กลอมเกลาทางสงคมในทกชวงวยตงแตปฐมวย เพอสรางพลเมองทด

๒.๒ พฒนานวตกรรมและสอการเรยนรสำาหรบทกชวงวยตงแตปฐมวย

๒.๓ พฒนาจตสำานกสาธารณะ

๒.๔ การใชเครองมอการสอสารทางสงคมเพอปรบเปลยนพฤตกรรม

๒.๕ การเสรมบทบาทการกลอมเกลาทางสงคมของสอมวลชนและองคกรวชาชพ

๒.๖ พฒนามาตรวดทางสงคม เพอเปนเครองมอในการขดเกลาพฤตกรรม

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๓. ประยกตหลกปรชญาเศรษฐกจพอเพยงเปนเครองมอตานทจรต

๓.๑ นำาปรชญาเศรษฐกจพอเพยงมาปรบใชในการกลอมเกลาทางสงคมและการปฏบตงานตอตานการทจรต

๓.๒ พฒนาหลกสตร บทเรยน การเรยนการสอน การนำาเสนอ และรปแบบการปองกนการทจรตตามแนวทางปรชญาเศรษฐกจพอเพยงในการเรยนการสอนในทกระดบ

๓.๓ พฒนาระบบและจดการองคความรการปองกนการทจรตตามแนวทางปรชญาเศรษฐกจพอเพยง

๔. เสรมพลงการมสวนรวมของชมชน (Community) และบรณาการทกภาคสวนเพอตอตานการทจรต

๔.๑ สรางชมชนเฝาระวง ตอตานทจรต

๔.๒ สรางความตนตวในการแสดงออกตอเหตการณทางสงคมทผดตอจรยธรรมทางสงคมหรอกฎหมาย และผลกดนใหเกดการลงโทษทางสงคม (Social Sanction) และทางกฎหมาย บนพนฐานของขอเทจจรงและเหตผล

๔.๓ บรณาการทกภาคสวนเพอตอตานการทจรต

ยทธศาสตรท ๒ “ยกระดบเจตจำานงทางการเมองในการตอตานการทจรต”

จากสถานการณความขดแยงในสงคมไทยในหวงระยะกวาทศวรรษทผานมา จะเหนไดวาประชาชนทกกลมทกฝายตางมขอเรยกรองทสอดคลองรวมกนประการหนงคอการตอตานการทจรตของรฐบาลและเจาหนาทรฐ

๑๐

การแสดงออกซงเจตจำานงทางการเมองของประชาชนทกกลมทกฝายทไมยอมรบและไมอดทนตอการทจรตประพฤตมชอบไมวาจะเปนรฐบาลใดกตาม ยอมสะทอนใหเหนถงเจตจำานงทางการเมองอนแนวแนของประชาชนไทยทกกลมทกฝายทตองการใหการบรหารราชการแผนดนของรฐบาลและการปฏบตงานของเจาหนาทรฐเปนไปดวยความโปรงใสปราศจากการทจรตประพฤตมชอบ ดงนน เพอเปนการสนองตอบตอเจตจำานงทางการเมองในการตอตานการทจรตอนแนวแนของประชาชน จงไดกำาหนดใหมยทธศาสตรการนำาเจตจำานงทางการเมองในการตอตานการทจรตไปสการปฏบตอยางเปนรปธรรมและสอดคลองเปนหนงเดยวกนโดยเปนยทธศาสตรทมงเนนใหประชาชนและรฐบาลมการนำาเจตจำานงทางการเมองในเรองการตอตานการทจรตไปสการปฏบตอยางเปนรปธรรมและสอดคลองเปนหนงเดยวกน

ยทธศาสตรท ๒ กำาหนดกลยทธ และแนวทางตามกลยทธ ดงนยทธศาสตรท ๒ ยกระดบเจตจำานงทางการเมองในการตอตานการ

ทจรต

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๑. พฒนากลไกการกำาหนดใหนกการเมองแสดงเจตจำานงทางการเมองในการตอตานการทจรตตอสาธารณชน

๑.๑ กำาหนดใหนกการเมองตองแสดงเจตจำานงทางการเมองในการตอตานการทจรตตอสาธารณชนกอนลงสมครรบเลอกตงหรอกอนดำารงตำาแหนงทางการเมอง

๑.๒ กำาหนดใหพรรคการเมองจดทำาเอกสารแสดงเจตจำานงทางการเมองของพรรคการเมองในการตอตานการทจรตและเผยแพรใหแกประชาชน

๒. เรงรดการกำากบตดตามมาตรฐานทางจรยธรรมของนกการ

๒.๑ ศกษาและกำาหนดแนวทาง/ขนตอนการกำากบตดตามมาตรฐานทาง

เมองและเจาหนาทรฐ

ในทกระดบ

จรยธรรมของนกการเมองและเจาหนาทรฐ

๒.๒ การกำากบตดตามมาตรฐานทางจรยธรรมของนกการเมองและเจาหนาทรฐโดยประชาชน

๒.๓ การประเมนมาตรฐานทางจรยธรรมและคณธรรมของนกการเมอง

และเจาหนาทรฐ

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๓. สนบสนนใหทกภาคสวนกำาหนดกลยทธและมาตรการสำาหรบเจตจำานงในการตอตานการทจรต

๓.๑ ศกษาและวเคราะหแนวทางการกำาหนดกลยทธและมาตรการในการปฏบตเจตจำานงทางการเมองในการตอตานการทจรตทงในระดบชาตและทองถน

๓.๒ ประสานความรวมมอระหวางภาคสวนตาง ๆ ในการกำาหนดกลยทธ

และมาตรการในการปฏบตเจตจำานงทางการเมองในการปองกนและปราบปรามการทจรต

๓.๓ การสงเสรมเจตจำานงทางการเมองในระดบประชาชน

๔. พฒนาระบบการบรหาร

งบประมาณดานการปองกนและปราบปรามการทจรตเพอใหไดรบการจดสรรงบ

๔.๑ ศกษาวเคราะหแนวทางการปฏรประบบการจดสรรงบประมาณ

ดานการปองกนและปราบปรามการทจรตทเพยงพอและเหมาะสม

๔.๒ จดทำาแผนการปฏรประบบการจดสรรงบ

๑๑

ประมาณรายจายประจำาปทมสดสวนเหมาะสมกบการแกปญหา

ประมาณดานการปองกน

และปราบปรามการทจรตทเพยงพอและเหมาะสม

๕. สงเสรมการจดตงกองทน

ตอตานการทจรตสำาหรบ

ภาคเอกชนและภาคประชาชน

โดยรฐใหการสนบสนนทนตงตน

๕.๑ การศกษาแนวทางการจดตงกองทนตอตานการทจรตในรปแบบ

นตบคคล

๕.๒ พฒนาตวแบบกองทนตอตานการทจรตสำาหรบภาคเอกชนและ

ภาคประชาชน

๖. ประยกตนวตกรรมในการกำากบดแลและควบคมการดำาเนนงานตามเจตจำานงทางการเมองของพรรคการเมองทไดแสดงไวตอสาธารณะ

๖.๑ กำาหนดใหพรรคการเมองตองแสดงแนวทางในการดำาเนนนโยบาย

และการใชงบประมาณตอนโยบายนน ๆ กอนทจะจดใหมการเลอกตง

๖.๒ จดทำาระบบฐานขอมลแนวทาง/มาตรการในการปองกนการทจรต

ในแตละโครงการทพรรคการเมองไดหาเสยงไวกบประชาชน

ยทธศาสตรท ๓ “สกดกนการทจรตเชงนโยบาย”

การทจรตเชงนโยบาย (Policy Corruption) เปนปญหาทพบมากขนในปจจบน กอใหเกดผลเสยตอการพฒนาเศรษฐกจและสงคมของประเทศอยางมหาศาล ซงจากผลการวจยทผานมาพบวาการทจรตเชงนโยบายมกเกดจากการใชชองวางทางกฎหมายเขาแสวงหาประโยชนสวนตน โดยพบตงแตขนตอนการกำาหนดนโยบายของพรรคการเมอง การใชอำานาจอยางไมโปรงใส ยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรตระยะท ๓ จงไดกำาหนดใหมยทธศาสตร สกดกนการทจรตเชง“นโยบาย ซงเปนยทธศาสตรทมงปองกนการทจรต” ตลอดกระบวนการนโยบาย ผานการกำาหนดมาตรการกลไก เสรมสรางธรรมาภบาลตงแตเรมขนกอตวนโยบาย (Policy Formation) ขนการกำาหนดนโยบาย (Policy Formulation) ขนตดสนใจนโยบาย (Policy Decision) ขนการนำานโยบายไปปฏบต (Policy Implementation) ขนการประเมนนโยบาย (Policy Evaluation) และขนปอนขอมลกลบ (Policy Feedback)

ยทธศาสตรท ๓ กำาหนดกลยทธ และแนวทางตามกลยทธ ดงนยทธศาสตรท ๓ สกดกนการทจรตเชงนโยบาย

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๑. วางมาตรการเสรมในการสกดกนการทจรตเชงนโยบายบนฐาน

ธรรมาภบาล

๑.๑ การตรวจสอบแนวนโยบายหาเสยงของพรรคการเมอง

๑.๒ การพฒนากระบวนการฉนทามตในการกอตวนโยบาย

๑.๓ การเผยแพรขอมลขาวสารทเกยวของกบนโยบาย

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๑.๔ พฒนากรอบชนำาการกำาหนดนโยบายตามหลกธรรมาภบาล

๑๒

๑.๕ พฒนาเกณฑชวดความเสยงของนโยบาย Policy Risk Indicator (PRI)๑.๖ พฒนาแนวปฏบตในการยอมรบนโยบายทผดพลาดและแสดงความรบผดชอบตอสงคม

๑.๗ กำาหนดมาตรการวเคราะหความเสยงและการใชจายงบประมาณ

๑.๘ เสรมสรางความโปรงใสในกระบวนการพจารณารางกฎหมายทเกยวของ

๑.๙ การกำาหนดความรบผดชอบทางการเมองของผดำารงตำาแหนง

ทางการเมองเกยวกบการทจรตเชงนโยบาย

๑.๑๐ การกำาหนดบทลงโทษในกรณทมการฝาฝนจรยธรรม หรอเปน

ความผดในทางบรหาร

๑.๑๑ การสรางกลไกการตรวจสอบการใชอำานาจของฝายบรหาร

๑.๑๒ พฒนานวตกรรมเพอเสรมสรางความโปรงใสในการนำานโยบาย

ไปสการปฏบต

๑.๑๔ บรณาการการตดตามและประเมนนโยบาย

๒. การรายงานผล - บรณาการและประมวลผลขอมลเพอการรายงาน

สะทอนการสกดกนการทจรตเชงนโยบาย (Policy Cycle Feedback)

นโยบาย

๓. การพฒนานวตกรรมสำาหรบ

การรายงานและตรวจสอบ

ธรรมาภบาลในการนำานโยบาย

ไปปฏบต

- การพฒนานวตกรรมสำาหรบการสงเสรมภาคธรกจเอกชน สอมวลชน

และประชาชนใหเขามามสวนรวมในการตรวจสอบ

๔. สงเสรมใหมการศกษา

วเคราะห ตดตาม และตรวจสอบ

การทจรตเชงนโยบายในองคกร

ปกครองสวนทองถน

๔.๑ ศกษา วเคราะห เพอสรางองคความรในการตรวจสอบการทจรต

เชงนโยบายขององคกรปกครองสวนทองถน

๔.๒ เผยแพรองคความรในการดำาเนนนโยบายอยางโปรงใส

และไรการทจรตใหแกองคกรปกครองสวนทองถน

ยทธศาสตรท ๔ “พฒนาระบบปองกนการทจรตเชงรก”ยทธศาสตรนมงเน นการพฒนากลไกและกระบวนงานดานการ

ปองกนการทจรตของประเทศไทยใหมความเขมแขงและมประสทธภาพมากยงขน เพอลดโอกาสการทจรตหรอทำาใหการทจรตเกดยากขนหรอไมเกดขนโดยอาศยทงการกำาหนดกลไกดานกฎหมาย กลไกทางการบรหาร และ

กลไกอน ๆ ตลอดจนเสรมสรางการปฏบตงานของหนวยงานทงภาครฐ และเอกชนใหมธรรมาภบาลมากยงขน

ยทธศาสตรท ๔ กำาหนดกลยทธ และแนวทางตามกลยทธ ดงนยทธศาสตรท ๔ พฒนาระบบปองกนการทจรตเชงรก

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๑. เพมประสทธภาพระบบงาน

ปองกนการทจรต

๑.๑ พฒนามาตรการเชงรกทสามารถแกไขปญหาการทจรตในแตละระดบ

๑.๒ พฒนาระบบการทำางานแบบบรณาการระหวางภาครฐ ภาคเอกชน

และภาคประชาสงคม

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๑.๓ เพมบทบาทของภาคเอกชน และภาคประชาสงคมในการเขามา

มสวนรวมกบระบบการปองกนการทจรต

๑.๔ ยกระดบกลไกการกำากบ ตดตาม และประเมนผลการปองกนการทจรต

๒. สรางกลไกการปองกนเพอ

ยบยงการทจรต

๒.๑ สรางกลไกปองกนเพอยบยงการทจรต

๒.๒ นำาขอเสนอแนะจากกลไกปองกนเพอยบยงการทจรตสการปฏบต

๒.๓ กำาหนดกลไกการตดตามและประเมนผลการนำาขอเสนอแนะไปส

๑๓

การปฏบต

๓. พฒนานวตกรรมและเทคโนโลยสารสนเทศเพอลดปญหาการทจรต

๓.๑ พฒนานวตกรรมและเทคโนโลยสารสนเทศ ในระบบบรหารงาน

สาธารณะ เพอลดขนตอน หรอกระบวนการใชดลยพนจของเจาหนาทรฐ

๓.๒ พฒนาเทคโนโลยสารสนเทศและการสอสารทเปดโอกาสให

ประชาชนสามารถศกษา เรยนร และหาขอมลเกยวกบการปองกน

การทจรต (กำาหนดเรองทประชาชนใหความสนใจ)

๔. พฒนารปแบบการสอสาร

สาธารณะเชงสรางสรรคเพอ

ปรบเปลยนพฤตกรรม

๔.๑ พฒนาและยกระดบรปแบบการสอสารสาธารณะเพอปรบเปลยน

พฤตกรรม

๔.๒ กำาหนดแผนการตดตอสอสารการตลาด (Integrated MarketingCommunication : IMC) เพอการปรบเปลยนพฤตกรรม

๕. การพฒนา วเคราะหและ

บรณาการระบบการประเมนดาน

คณธรรมและความ

๕.๑ พฒนาเกณฑมาตรฐานการประเมนดานคณธรรมและความโปรงใส

ในการดำาเนนงานของหนวยงาน

๕.๒ การบรณาการระบบการประเมนดานคณธรรม

โปรงใส

ในการดำาเนนงานของหนวยงาน

เพอเชอมโยงกบแนวทางการ

ยกระดบคะแนนดชนการรบร

การทจรตของประเทศไทย

และความโปรงใส

ในการดำาเนนงานของหนวยงาน

๖. สนบสนนใหภาคเอกชน

ดำาเนนการตามหลก

บรรษทภบาล

๖.๑ สงเสรมการดำาเนนงานตามหลกบรรษทภบาล

๖.๒ สรางแรงจงใจในการเปนตวอยางองคกรภาคเอกชนทปฏบตตาม

หลกธรรมาภบาล

๖.๓ กำาหนดบทลงโทษกบภาคเอกชนทมสวนเกยวของกบการทจรต

อยางเดดขาดและรนแรง

๗. พฒนาสมรรถนะและ

องคความรเชงสรางสรรคของ

บคลากรดานการ

๗.๑ พฒนาและยกระดบการพฒนาบคลากรดานงานปองกนและปราบปรามการทจรต ใหมความเปนมออาชพและเปนไปตามมาตรฐานสากล

๗.๒ ตอยอด ขยายผล องคความรเชงสรางสรรค สำาหรบการปองกน

ปองกน

การทจรต

การทจรต

๘. การพฒนาระบบและสงเสรม

การดำาเนนการตามอนสญญา

สหประชาชาตวาดวยการตอตาน

การทจรต ค.ศ. 2003 (UnitedNations Convention againstCorruption : UNCAC)

๘.๑ นโยบายและแนวปฏบตเชงปองกนเพอตอตานการทจรต

๘.๒ ปรบปรงประมวลจรยธรรมสำาหรบเจาหนาทของรฐใหรองรบ

การปองกนการทจรต

๘.๓ สรางแนวทางการปองกนการจดซอจดจางและการจดการคลงของรฐ

๘.๔ การรวบรวม การแลกเปลยน การวเคราะหขอมลขาวสารเกยวกบ

การทจรต

ยทธศาสตรท ๕ “ปฏรปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทจรต”

ยทธศาสตรการปฏรปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทจรตเปนยทธศาสตรทมงเนนการปรบปรงและพฒนากลไกและกระบวนการตาง ๆ ของการปราบปรามการทจรตทงระบบใหสามารถดำาเนนการไดอยางรวดเรว ซงในการปฏรปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทจรตดงกลาว จะมงเนนการเพมประสทธภาพในการตราเปนกฎหมาย (Legislation) การบงคบใชกฎหมาย (Enforcement) การตดสนคดและลงโทษผกระทำาผด (Judiciary) การบรณาการรวมกนของหนวยงานตาง ๆ ในกระบวนการปราบปรามการทจรต และจะมการใชเทคโนโลย

๑๔

สารสนเทศและการสอสารททนสมยในการพฒนากลไกการดำาเนนงานใหมประสทธภาพมากยงขน ซงยทธศาสตรนจะทำาใหการปราบปรามการทจรตเปนไปอยางรวดเรวและมประสทธภาพมากยงขน คดการทจรตจะถกดำาเนนการอยางรวดเรว และผกระทำาการทจรต จะไดรบการลงโทษสาธารณชนและสงคมเกดความตระหนกและเกรงกลวทจะกระทำาการทจรต อนจะสงผลใหคดการทจรตมอตราลดลงไดในทสด

ยทธศาสตรท ๕ กำาหนดกลยทธและแนวทางตามกลยทธ ดงนยทธศาสตรท ๕ “ปฏรปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการ

ทจรต”

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๑. ปรบปรงระบบรบเรองรองเรยนการทจรตใหมประสทธภาพ

๑.1 การปรบปรงระบบการรบเรองรองเรยนของหนวยงานตอตาน

การทจรตตาง ๆ ใหมความรวดเรว เขาถงไดโดยงาย

1.๒ การสรางความเชอมนและความไววางใจตอระบบการรบเรองรองเรยน

๒. ปรบปรงการตรวจสอบ

ความเคลอนไหวและความถกตองของทรพยสนและหนสน

2.1 การพฒนาระบบการตรวจสอบความเคลอนไหวและการตรวจสอบ

ความถกตองของทรพยสนและหนสน รวมไปถงระบบการตดตาม

ทรพยสนคนจากการทจรต

๒.2 การกำาหนดกลมเปาหมายในการตรวจสอบทรพยสนและหนสนให

ครอบคลมถงโอกาสในการทจรต

๓. ปรบปรงกระบวนการและ

พฒนากลไกพเศษในการปราบปรามการทจรตทม

ความรวดเรวและมประสทธภาพ

3.1 การปรบปรงกระบวนการปราบปรามการทจรตใหมความรวดเรวยงขน

3.2 การสรางมาตรฐานการดำาเนนการปราบปรามการทจรต

3.3 การพฒนากลไกพเศษ (Fast Track) ในการปราบปรามการทจรต

3.4 การเพมบทบาทในการปราบปรามการทจรตของหนวยงานภาครฐตนสงกด

๔. ตรากฎหมายและการบงคบใช

กฎหมายในการปราบปรามการทจรตใหเทาทนตอพลวตของการทจรตและสอดคลองกบสนธสญญาและมาตรฐานสากล

4.1 การตรากฎหมายหรอปรบปรงกฎหมายใหเทาทนตอพลวตของการทจรต

4.2 การตรากฎหมายหรอปรบปรงกฎหมายเพอสนบสนนใหหนวยงาน

ในกระบวนการปราบปรามการทจรตดำาเนนการไดอยางมประสทธภาพ

และสอดคลองกบสนธสญญาและมาตรฐานสากล

4.3 การประเมนตดตามการอนวตการตามสนธสญญา เพอใหความเหน

ทางกฎหมายในการเสนอแกไขกฎหมายและกระบวนการปราบปราม

การทจรตใหเปนไปตามมาตรฐานสากล

4.4 การบงคบใชกฎหมายและดำาเนนคดตามระดบความเสยหาย

ความเรงดวน และสถตการทจรต

4.5 การบงคบใชกฎหมายและดำาเนนคดเฉพาะในแตละพนทของประเทศ

4.6 การบรณาการกบหนวยงานภาครฐตนสงกดในการบงคบใช

กฎหมายและลงโทษทางอาญาหรอทางวนยในความผดเกยวกบ

การทจรตหรอจรยธรรมของเจาหนาทรฐ

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

๕. บรณาการขอมลและขาวกรองในการปราบปราม

การทจรต

5.๑ พฒนาระบบฐานขอมลประกอบการปราบปรามการทจรตระหวาง

หนวยงานปราบปรามการทจรต

5.2 จดตงประชาคมขาวกรองดานการปราบปรามการทจรต

5.3 การประสานความรวมมอกบองคกรสอมวลชน สอสาธารณะ

หนวยงานประชาสงคมและหนวยงานธรกจเอกชน เกยวกบขอมลและ

ขาวกรองประกอบการปราบปรามการทจรต

๑๕

๖. การเพมประสทธภาพในการ

คมครองพยานและผแจงเบาะแส

(Whistleblower) และเจาหนาทในกระบวนการปราบปราม

การทจรต

6.1 การมมาตรการในการคมครองพยาน (Witness) และผใหเบาะแส

(Whistleblower) ทมความนาเชอถอและสรางความมนใจแกผถกคมครองได

6.2 การมมาตรการในการคมครองเจาหนาทผปฏบตงานในกระบวนการ

ปราบปรามการทจรต

6.3 การกำาหนดรางวลหรอสงจงใจในการแจงเบาะแสในคด

๗. พฒนาสมรรถนะและ

องคความรเชงสหวทยาการของ

เจาหนาทในกระบวนการ

ปราบปรามการทจรต

7.1 การพฒนาองคความร ทกษะ และขดความสามารถ รวมไปถงความร

ในเชงสหวทยาการใหแกเจาหนาทปราบปรามการทจรต (Non-training)

7.2 การพฒนาเจาหนาทปราบปรามการทจรตใหมความร ทกษะ

และขดความสามารถทเปนมาตรฐานและเทาทนตอพลวตของการทจรต

(Training)7.3 การแบงปนความร (Knowledge Sharing) และแลกเปลยน

เจาหนาทปราบปรามการทจรต

๘. การเปดโปงผกระทำาความผดใหสาธารณชนรบทราบและตระหนกถงโทษของการกระทำาการทจรตเมอคดถงทสด

- การเปดโปงการทจรตอยางสรางสรรคและพฒนาชองทาง

ในการเผยแพรเปดโปงการทจรตทเขาถงการรบร ของสาธารณชน

อยางกวางขวาง

๙. การเพมประสทธภาพในการ

ดำาเนนคดทจรตระหวางประเทศ

- จดใหมทรพยากรทเหมาะสมเพอรองรบการเพมขนของปรมาณคด

ทจรตระหวางประเทศตามกรอบความรวมมอทางเศรษฐกจและสงคมท

เปลยนแปลงไป

ยทธศาสตรท ๖ “ยกระดบคะแนนดชนการรบรการทจรต

(Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย”เปนการกำาหนดยทธศาสตรทมงเนนการยกระดบมาตรฐานดานความ

โปรงใสและการจดการการยกระด บค าด ชน การรบร การทจรตของประเทศไทย โดยการศกษาวเคราะหประเดนการประเมนและวธการสำารวจตามแตละแหลงขอมล และเรงรด กำากบ ตดตามใหหนวยงานทเกยวของปฏบตหรอปรบปรงการทำางาน รวมไปถงการบรณาการการทำางานรวมกนระหวางภาครฐ หนวยงานในกระบวนการยตธรรมภาคเอกชน และตางประเทศโดยมกลยทธการดำาเนนงาน ไดแก

ยทธศาสตรท ๖ กำาหนดกลยทธ และแนวทางตามกลยทธ ดงนยทธศาสตรท ๖ “ยกระดบคะแนนดชนการรบรการทจรตของ

๑๖

ประเทศไทย”

กลยทธ แนวทางตามกลยทธ

1. ศกษา และกำากบตดตาม

การยกระดบดชนการรบร

การทจรต(Corruption Perceptions Index :CPI)ของประเทศไทย

1.1 ศกษา วเคราะหประเดนการประเมนและวธการสำารวจตาม

แตละแหลงขอมลทใชสำาหรบการจดอนดบดชนการรบรการทจรต (CPI)

1.2 บรณาการหนวยงานทเกยวของเพอยกระดบดชนการรบร

การทจรตของประเทศ (CPI)

1.3 เรงรด และกำากบ ตดตามการดำาเนนการยกระดบดชนการรบร

การทจรตของประเทศ (CPI)

1.4 การจดการการรบร (Perceptions)

2. บรณาการเปาหมายยทธศาสตรชาตวาดวย

การปองกนและปราบปราม

การทจรตเพอยกระดบดชน

การรบรการทจรต (Corruption

2.1 วเคราะหและเชอมโยงเปาหมายยทธศาสตรชาตวาดวย

การปองกนและปราบปรามการทจรต ระยะท 3 (ยทธศาสตรท 1 -

ยทธศาสตรท 5) เพอยกระดบดชนการรบรการทจรต (CPI) ของ

ประเทศ

๒.2 กำากบ ตดตาม และประเมนผลการดำาเนนการ

Perceptions Index : CPI)ของประเทศไทย

ตามยทธศาสตร

นโยบายรฐบาล พลเอก ประยทธ จนทรโอชา ทแถลงตอสภานตบญญตแหงชาต

ตามทคณะรฐมนตร พลเอก ประยทธ จนทรโอชา ไดแถลงนโยบายตอสภานตบญญตแหงชาต เมอวนศกรท ๒๑ กนยายน ๒๕๕๗ รวม ๑๑ ดาน

ดานท ๑๐ การสงเสรมการบรหารราชการแผนดนทมธรรมาภบาลและการปองกนและปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบในภาครฐ

ระบบราชการเปนระบบทใหญโตมหมา ประกอบดวยบคลากร งบประมาณ และอำานาจตามตวบทกฎหมาย ตลอดจนดลยพนจอนกวางขวางของเจาหนาทซงสามารถใหคณใหโทษใหความสะดวก หรอเปนอปสรรคตอการทำามาหากนและการดำารงชวตได แตนาเสยดายวาในเวลาทผานมา ระบบราชการและเจาหนาทบางสวนกลายเปนสาเหตหนงของความขดแยงในสงคม ตงแตระดบทองถนจนถงระดบประเทศ เปนอปสรรคตอการพฒนาประเทศเพราะตดขดทกฎระเบยบนานาประการซงมมาแตอดตและยงมไดแกไขใหทนกระแสความเปลยนแปลงของโลก ทงยงไมอาจใชกลไกเพมศกยภาพในการแขงขนกบนานาประเทศ เชน เสยคาใชจายสง ใชเวลามาก มการขออนญาตซำาซอน ใชระบบตรวจสอบทไมจำาเปนจนเปนภาระแกประชาชน บางครงมการปลอยปละละเลยสลบกบการเขมงวดกวดขน จดระเบยบแบบไฟไหมฟาง มการทจรตคอรรปชน สรางความไมเปนธรรมและเหลอมลำาในสงคม ไมจงใจใหนกลงทนเขามาประกอบการในประเทศ ดงทปรากฏในผลการสำารวจหรอรายงานประจำาปของหนวยงานตางประเทศบางแหงเกยวกบการจดอนดบความนาเชอถอและความสะดวกหรอยากงายในการทำาธรกจในประเทศไทยมาแลว รฐบาลจงมนโยบาย ดงน

๑๐.๑ ปรบปรงระบบราชการในดานองคกรหรอหนวยงานภาครฐทงในระดบประเทศ ภมภาค และทองถน ทบทวนการจดโครงสรางหนวยงานภาครฐทมอำานาจหนาทซำาซอนหรอลกลนกนหรอมเสนทางการปฏบตงานทยดยาว ปรบปรงวธปฏบตราชการใหทนสมย โดยนำาเทคโนโลยมาใช แกไขกฎระเบยบใหโปรงใส ชดเจน สามารถบรการประชาชนไดอยางมประสทธภาพ ตลอดจนจดระบบอตรากำาลงและปรบปรงคาตอบแทนบคลากรภาครฐใหเหมาะสมและเปนธรรม ยดหลกการบรหารกจการบานเมองทด การบรหารจดการภาครฐแบบใหม การตอบสนองความตองการของประชาชนในฐานะทเปนศนยกลาง และการอำานวยความสะดวกแกผใชบรการเพอสรางความเชอมนวางใจระบบราชการ ลดตนทนดำาเนนการของภาคธรกจ เพมศกยภาพในการแขงขนกบนานาประเทศ และการรกษาบคลากรภาครฐทมประสทธภาพไวในระบบราชการ โดยจะดำาเนนการตงแตระยะเฉพาะหนาไปตามลำาดบความจำาเปน และตามทกฎหมายเออใหสามารถดำาเนนการได

๑๐.๒ ในระยะแรก กระจายอำานาจเพอใหประชาชนสามารถเขาถงบรการสาธารณะไดโดยรวดเรว ประหยด และสะดวก ทงจะวางมาตรการทางกฎหมาย กำาหนดผรบผดชอบทชดเจน ขนตอนทแนนอน ระยะเวลาดำาเนนการทรวดเรว และระบบอทธรณทเปนธรรม โปรงใส มใหเจาหนาทหลกเลยง ประวงเวลา หรอใชอำานาจโดยมชอบกอใหเกดการทจรต การสญเสยโอกาสหรอสรางความเสยหายแกประชาชนโดยเฉพาะนกลงทน ในระยะเฉพาะหนาจะเนนการปรบปรงหนวยงานใหบรการดานการทำาธรกจ การลงทน และดานบรการสาธารณะในชวตประจำาวนเปนสำาคญ

๑๐.๓ ยกระดบสมรรถนะของหนวยงานของรฐใหมประสทธภาพ สามารถใหบรการเชงรกทงในรปแบบการเพมศนยรบเรองราวรองทกขจากประชาชนในตางจงหวดโดยไมตองเดนทางเขามายงสวนกลาง ศนยบรการสาธารณะแบบครบวงจรทครอบคลมการใหบรการหลากหลายซงจะจดตงตามทชมชนตางๆ เพอใหประชาชนสามารถเดนทางไปตดตอขอรบบรการไดโดยสะดวก การใหบรการถงตวบคคลผานระบบศนยบรการรวม ณ จดเดยว (One Stop Service) และระบบรฐบาลอเลกทรอนกสทสมบรณ

๑๗

แบบ พฒนาหนวยงานของรฐใหเปนองคกรแหงการเรยนร มการสรางนวตกรรมในการทำางานอยางประหยด มประสทธภาพ และมระบบบรณาการ

๑๐.๔ เสรมสรางระบบคณธรรมในการแตงตงและโยกยายบคลากรภาครฐ วางมาตรการปองกนการแทรกแซงจากนกการเมอง และสงเสรมใหมการนำาระบบพทกษคณธรรมมาใชในการบรหารงานบคคลของเจาหนาทฝายตางๆ

๑๐.๕ ใชมาตรการทางกฎหมาย การปลกฝงคานยม คณธรรม จรยธรรมและจตสำานกในการรกษาศกดศรของความเปนขาราชการและความซอสตยสจรต ควบคกบการบรหารจดการภาครฐทมประสทธภาพเพอปองกนและปราบปรามการทจรตและประพฤตมชอบของเจาหนาทของรฐทกระดบอยางเครงครด ยกเลกหรอแกไขกฎหมาย ระเบยบ ขอบงคบตางๆ ทไมจำาเปน สรางภาระแกประชาชนเกนควร หรอเปดชองโอกาสการทจรต เชน ระเบยบการจดซอจดจาง การอนญาต อนมต และการขอรบบรการจากรฐ ซงมขนตอนยดยาว ใชเวลานาน ซำาซอนและเสยคาใชจายทงของภาครฐและประชาชน

๑๐.๖ ปรบปรงและจดใหมกฎหมายเพอใหครอบคลมการปองกนและปราบปรามการทจรตประพฤตมชอบ และการมผลประโยชนทบซอนในภาครฐทกระดบ โดยถอวาเรองนเปนวาระสำาคญเรงดวนแหงชาตและเปนเรองทตองแทรกอยในการปฏรปทกรปดานทงจะเรงรดการดำาเนนการตอผกระทำาการทจรตและประพฤตมชอบทงในดานวนยและคด รวมทงใหผบรการมโอกาสประเมนระดบความนาเชอถอของหนวยงานของรฐ และเปดเผยผลการประเมนตอประชาชน ทงจะนำากรณศกษาทเคยเปนปญหา เชน การจดซอจดจาง การรวมทน การใชจายเงนภาครฐ การปฏบตหรอละเวนการปฏบตโดยมชอบ การใชดลยพนจของเจาหนาท การมผลประโยชนขดแยงหรอทบซอน ซงไดมคำาวนจฉยขององคกรตางๆ เปนบรรทดฐานแลวมาเปนบทเรยนใหความรแกเจาหนาทของรฐ และประมวลเปนกฎระเบยบหรอคมอในการปฏบตราชการ

๑๐.๗ สงเสรมและสนบสนนภาคองคกรภาคเอกชนและเครอขายตางๆทจดตงขนเพอสอดสอง เฝาระวง ตรวจสอบเจาหนาทของรฐหรอตอตานการทจรตและประพฤตมชอบ ทงจะวางมาตรการคมครองพยานและผเกยวของเพอใหการดำาเนนคดทจรตและประพฤตมชอบเปนไปอยางมรประสทธภาพโดยไมถกแทรกแซงหรอขดขวาง

นโยบายรฐมนตรวาการกระทรวงศกษาธการ (นายธระเกยรต เจรญเศรษฐศลป)

ตามทนายธระเกยรต เจรญเศรษฐศลป รฐมนตรวาการกระทรวงศกษาธการ เขารบตำาแหนงอยางเปนทางการ เมอวนองคารท 20 ธนวาคม 2559 ไดมอบนโยบายดานการตอตานการทจรต ดงน

นายธระเกยรต เจรญเศรษฐศลป ประกาศวา กระทรวงศกษาธการ ในยคนจะเนนเรองความโปรงใส และ Anti-Corruption ซงจะเปนยคทกระทรวงศกษาธการมความโปรงใสทสดในประวตศาสตร จะไมมใตโตะ หลงโตะ หลงบาน ตามนำาใดๆ ทงสน และยนยนวาไมมการนำาชอหรอทมงานทงสามทาน (นายธระเกยรต เจรญเศรษฐศลป พลเอก สรเชษฐ ชยวงศ และหมอมหลวงปนดดา ดศกล) ไปแอบอางเพอขอรบผลประโยชนใดๆ ทงสน สงทสำาคญอกประการ คอ "กระทรวงศกษาธการ ตองการสรางเดกใหโตขนมาเกลยดการโกง หรอเตบโตขนมากบความไมโกง ดวยการปลกฝงการไมโกงไวในบรรยากาศ ระบบ และการสนทนา เพราะการไมโกงมวธการเดยว กคอ ใหเกลยดการโกง และจะไดไมทำา

คำาสง คสช. ท ๖๙/๒๕๕๗ เรองมาตรการปองกนและแกไขปญหาการทจรตประพฤตมชอบ

(๑) ใหทกสวนราชการและหนวยงานของรฐ กำาหนดมาตรการหรอแนวทางการปองกนและแกไขปญหาการทจรตประพฤตมชอบโดยมงเนนการสรางธรรมาภบาลในการบรหารงาน และการตรวจสอบเฝาระวง เพอสกดกนมใหเกดการทจรตประพฤตมชอบได

(๒) ในกรณการจดซอจดจางของสวนราชการและหนวยงานของรฐใหหวหนาสวนราชการและหวหนาหนวยงานของรฐมหนาทในการควบคม

๑๘

กำากบดแล การดำาเนนงาน ใหเปนไปตามบทบญญตประกอบรฐธรรมนญวาดวยการปองกนและปราบปรามการทจรต พ.ศ. ๒๕๕๒ อยางเครงครด

สวนท ๓ ทศทางการพฒนา

แผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง

ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561

วสยทศน : สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ใสสะอาด ปราศจากคอรรปชน

พนธกจ : 1. สรางวฒนธรรมและคานยมการตอตานการทจรตในองคกร2. เสรมสรางระบบบรหารจดการภายในองคกรอยางมธรรมาภบาล

3. พฒนาระบบและกลไกในการปองกน การควบคม และการตรวจสอบการทจรต

เปาประสงค : 1. บคลากรทกระดบมจตสำานกและพฤตกรรมทสามารถแยกแยะ

ระหวางผลประโยชนสวนตวและผลประโยชนสวนรวม ประพฤตตนเปนพลเมองด มคณธรรม จรยธรรม สการเปนบคคลตนแบบ

2. สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง มผลการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานเปนไปตามเปาหมาย หรอสงกวาเปาหมาย เพอผลกดนใหดชนภาพลกษณคอรรปชน(CPI) ของประเทศไทยเพมสงขน

3. เสรมสรางภาพลกษณทดในองคกรและสาธารณชนใหเกดความเชอมนในกระบวนการทำางาน ดานการปองกนและปราบปรามการทจรต

ยทธศาสตรยทธศาสตรท 1 สรางสงคมทไมทนตอการทจรตยทธศาสตรท ๔ พฒนาระบบปองกนการทจรตเชงรก

ตวชวดเชงยทธศาสตร ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561 : 1. ระดบคะแนนการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนน

งานของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ไมนอยกวารอยละ 85

2. รอยละของผเขารวมโครงการ/กจกรรมเขามามสวนรวมในการผลกดนใหเกดสงคมทไมทนตอการทจรต ไมนอยกวารอยละ 80 (เชงปรมาณ)

3. รอยละของผเขารวม โครงการ/กจกรรมสรางความตระหนกรในการปองกนและปราบปรามการทจรตมคานยมรวมตานทจรตมจตสำานกสาธารณะ และสามารถแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนกบผลประโยชนสวนรวม รอยละ 80 (เชงคณภาพ)

ยทธศาสตรท 1 : สรางสงคมทไมทนตอการทจรตการดำาเนนการตามยทธศาสตรท ๑ มเปาหมายมงเนนใหความสำาคญใน

กระบวนการการปรบสภาพสงคมใหเกดภาวะทไมทนตอการทจรตโดยเรมตงแตการปองกนและการสรางสงคมดวยกระบวนการกลอมเกลาทางสงคมในทกระดบชวงวยตงแตปฐมวย เพอสรางวฒนธรรมตอตานการทจรต และปลกฝงความพอเพยง มวนย ซอสตย สจรต เปนการดำาเนนการผานสถาบนหรอกลมตวแทนททำาหนาทในการกลอมเกลาทางสงคมใหมความเปนพลเมองทด ทมจตสาธารณะ จตอาสา และความเสยสละเพอสวนรวม และเสรมสรางใหทกภาคสวนมพฤตกรรมทไมยอมรบและตอตานการทจรตในทกรปแบบ การดำาเนนการจะกำาหนดกลยทธ แนวทางการดำาเนนการตามกลยทธและตวชวดความสำาเรจเพอใหทกสวนราชการในสงกดกระทรวงศกษาธการนำาไปกำาหนดเปนแผนงานโครงการของสวนราชการตอไป

เปาประสงค กลยทธโครงการ/กจกรรม

ตวชวด

งบประมาณ

(บาท)

บคลากรทกระดบมจตสำานกและพฤตกรรมทสามารถแยกแยะระหวางผลประโยชน

1. การประกาศเจตนารมณบรหารงานดวยความซอสตยสจรต

และกำาหนด

1. การประกาศเจตนารมณ/กำาหนดนโยบาย

- การประกาศเจตจำานงการบรหารงานดวย

ความซอสตย

1. รอยละของความ สำาเรจในการปฏบตงานตามแนวทางปฏบต

-

๒๐

สวนตวและผลประโยชนสวนรวม ประพฤตตนเปนพลเมองด มคณธรรม จรยธรรม สการเปนบคคลตนแบบ

นโยบายคณธรรมและ

ความโปรงใสในการดาเนนงาน

สจรต

- การประกาศนโยบายคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงาน

๒. ปรบฐานความคดบคลากรใหสามารถแยกแยะระหวาง

ผลประโยชนสวนตว และผลประโยชนสวนรวมในการ

ดำาเนนงาน

๒. ปรบฐานความคดบคลากรใหสามารถแยกระหวางผลประโยชนสวนตวและผลประโยชน

สวนรวม

- การประชมเชงปฏบตการ "การกระทำาทถอเปนเรองผลประโยชนทบซอน"

- การสรางความรบรเรองผลประโยชนทบซอนใหกบ

๒. รอยละของจำานวนบคลากรเปาหมายมความตระหนก

และปฏบตหนาทใหเปนไปตามแนวทางเรองผลประโยชนทบซอน

1๕๖,๔ 20

ขาราชการใหม

ยทธศาสตรท 4 : พฒนาระบบปองกนการทจรตเชงรกยทธศาสตรนมงเนนการพฒนากลไกและกระบวนงานดานการ

ปองกนการทจรตของประเทศไทยใหมความเขมแขงและมประสทธภาพมากยงขน เพอลดโอกาสการทจรตหรอทำาใหการทจรตเกดยากขนหรอไมเกดขนโดยอาศยทงการกำาหนดกลไกดานกฎหมาย กลไกทางการบรหาร และกลไกอน ๆ ตลอดจนเสรมสรางการปฏบตงานของหนวยงานทงภาครฐ และเอกชนใหมธรรมาภบาลมากยงขน

เปาประสงค กลยทธโครงการ/กจกรรม

ตวชวด

งบประมาณ

(บาท)

1.สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทองมผลการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงานเปนไปตามเปาหมาย หรอ

1. พฒนาและยกระดบการทำางาน

ใหสอดคลองกบการประเมนคณธรรมและความโปรงใสในการ

ดำาเนนงานของหนวยงาน

1. พฒนาเกณฑมาตรฐานการประเมนดานคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงาน

- การเขารบการประเมนคณธรรมและ

1. คาคะแนนเฉลย

การประเมนคณธรรม

และความโปรงใสของ

สำานกงานเขตพนทการศกษา (ITA)

๑๙,๒๐๐

๒๑

สงกวาเปาหมาย เพอผลกดนใหดชนภาพลกษณคอรรปชน

(CPI) ของประเทศไทยเพมสงขน

ภาครฐ (ITA) ความโปรงใส

การดำาเนนงานของสำานกงานเขตพนทการศกษา (ITA)

- การประชมเตรยมความพรอมการตอบแบบสำารวจหลกฐานเชงประจกษ

ประจำาป 2561

- การประชมชแจงใหปฏบตตามแนวทางการ

ประเมนคณธรรมและความโปรงใสฯ

2. ขบเคลอนนโยบายและยทธศาสตรดานการปองกนและปราบปรามการทจรต และประพฤตม

2. การจดทำาแผนปฏบตการปองกน

และปราบปรามการทจรตของสำานกงานเขตพนทการศกษา

2. หนวยงานมแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต ประจำาป 2561

-

ชอบ สการปฏบต

ประจำาป 2561

เปาประสงค กลยทธโครงการ/กจกรรม

ตวชวด

งบประมาณ

(บาท)

2. เสรมสรางภาพลกษณทดในองคกรและสาธารณชนใหเกดความเชอมนใน

กระบวนการทำางาน

ดานการปองกน

และปราบปรามการทจรต

3. สรางการรบรเกยวกบบทบาท

หนาท และการดำาเนนงาน ในดาน

การสงเสรมจรยธรรม

และตอตานการทจรต

๓. การเคารพธงชาต

๓. บคลากรเปาหมายมความตระหนก

และเสรมสรางภาพลกษณทดในองคกร

๑๒,๖๐๐

๔. สรางสอประชาสมพนธ แนวสรางสรรค

เพอใหเขาถงไดงาย นาสนใจ และกระตนให

ประชาชนรสกรวมเปนสวนหนงในการตอตาน

การทจรต

- สอประชาสมพนธรณรงคตอตานการทจรต

- โรลอพขนาด

๔. จำานวนรปแบบ

การประชาสมพนธ

ในดานการตอตานการ

ทจรต เพอสรางการรบร

๒๐,๐๐๐

๒๒

1.2 x 2.4 เมตร ภายใตหวขอ

“สพท.ยคใหม โปรงใส ไรทจรต Zero

Corruption”

- สตกเกอรประชาสมพนธชองทางการรองเรยน

- คมอปองกนผลประโยชนทบซอน (กรณศกษาทอาจเกดขน/Do & Don't)

- วารสาร ZERO CORRUPTION JOURNAL

ประจาป 2561

๕. การใหความรเกยวกบบทบาทหนาท และการดำาเนนงาน ในดานการสงเสรม

๕. รอยละของบคลากรเปาหมายมความตระหนก

และเสรมสราง

๕๙๒,๘๐๐

จรยธรรมและตอตานการทจรต และศกษาดงาน เขตพนทสจรตตนแบบ บคลากรในเขตพนท และผบรหารโรงเรยน

ภาพลกษณทดในองคกร

แผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทองประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561

กจกรรม ตวชวด เปาหมาย

งบประมา

ณระยะเวลาดำาเนนการ

ผรบผดชอบไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4

ม.ค.

61

ก.พ.

61

ม.ค.

61

เม.ย.

61

พ.ค.

61

ม.ย.

61

ก.ค.

61

ส.ค.

61

ก.ย.

61

1. กจกรรมประชมเชงปฏบตการ "การกระทำาทถอเปนเรองผลประโยชนทบซอน"

รอยละ 80 ของบคลากรทเขารวมการประชมม

บคลากรทกระดบ มจตสำานกและพฤตกรรมท

๑๔๘,๙๒๐

กล มบรหารง า นบ ค คล(นตกร)

- อบรมพฒนาวนย และคณธรรม จรยธรรมผบรหาร ขาราชการครและบคลากรทางการศกษาทปฏบตงานในสถานศกษา จำานวน ๓๐๐ คน ๑ วน (งบประมาณ ๑๒๑,๘๐๐ บาท)

- อบรมพฒนาวนย และคณธรรม จรยธรรมผบรหารบคลากรทางการศกษา และลกจางทปฏบตงานใน สพป.อางทอง จำานวน ๖๐ คน ๑ วน(งบประมาณ ๒๗,๑๒๐บาท)

ความตระหนกและปฏบตหนาทใหเปนไปตาม

แ น ว ท า งเรอง

ผลประโยชน

ทบซอน

สามารถแยกแยะระหวางผลประโยชน สวนตนและผลประโยชนสวนรวม ประพฤตตนเปนพลเมองด มคณธรรมจรยธรรม สการเปนบคคลตนแบบ

กจกรรม ตวชวด เปาหมาย

งบประมา

ณระยะเวลาดำาเนนการ

ผรบผดชอบไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4

ม.ค.

61

ก.พ.

61

ม.ค.

61

เม.ย.

61

พ.ค.

61

ม.ย.

61

ก.ค.

61

ส.ค.

61

ก.ย.

61

๒. กจกรรมสรางความรบรเรองผลประโยชนทบซอนใหกบขาราชการใหม

- อบรมใหความร กบครบรรจใหม เรองผลประโยชน

รอยละ 80 ของครบรรจใหม มความตระหนก

แ ล ะ ป ฏ บ ต หนาทใหเปน

ครบรรจใหมมจตสำานกและพฤตกรรมทสามารถแยกแยะระหวางผล

๗,๕๐๐ กล มบรหารงานบคคล

ทบซอนจำานวน ๙๐ คน ๑ วน (คาวทยากร และคาวสด)

ไปตาม

แ น ว ท า งเรอง

ผลประโยชน

ทบซอน

ประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม ประพฤตตนเปนพลเมองด มคณธรรมจรยธรรม สการเปนบคคลตนแบบ

๓. กจกรรมประชมชแจงใหปฏบตตามแนวทางการประเมนคณธรรมและความโปรงใสฯ จำานวน ๖๐ คน ๒ วน (คาอาหารกลางวนและอาหารวาง)

รอยละ 80 ของบคลากรทเขารวมประชมมความรความเขาใจและสามารถ

บ ค ล า ก ร ท เ ข า ร ว มป ร ะ ช ม ม ความรความเ ข า ใ จ แ ล ะส า ม า ร ถปฏ บ ต ตามแนวทางการ

๑๙,๒๐

กลมอ ำานวยการ

ปฏบตตามแนวทางการประเมนคณธรรมและความโปรงใสฯ

ป ร ะ เ ม นค ณ ธ ร ร มแ ล ะ ค ว า มโปรงใสฯ

กจกรรม ตวชวด เปาหมาย

งบประมา

ณระยะเวลาดำาเนนการ

ผรบผดชอบไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4

ม.ค.

61

ก.พ.

61

ม.ค.

61

เม.ย.

61

พ.ค.

61

ม.ย.

61

ก.ค.

61

ส.ค.

61

ก.ย.

61

๔. กจกรรมสรางการรบรเกยวกบบทบาทหนาท และการดำาเนนงาน ในดานการสงเสรมจรยธรรมและตอตานการทจรต

รอยละ 80 ของบคลากร ใน เขตพนท มความตระหนกและรบรเกยวกบ

บคลากรในเขตพนท มความตระหนกและรบรเกยวกบบทบาทหนาทและ

๖๒๕,๔๐๐

กลมอ ำานวยการ

- เคารพธงชาต จำานวน ๖๐ คน ๗ ครง (คาอาหารวาง) (งบประมาณ ๑๒,๖๐๐ บาท)

- จดทำาสอ โรลอพ ส“พท.ยคใหม โปรงใส ไรทจรต Zero Corruption , สตกเกอรประชาสมพนธชองทางการรองเรยน , คมอปองกนผลประโยชนทบซอน และวารสาร Zero Corruption (งบประมาณ ๒๐,๐๐๐บาท)

บทบาทหนาท และการดำาเนนงาน ในดานการสงเสรมจรยธรรมและตอตานการทจรต

การดำาเนนงาน ในดานการสงเสรมจรยธรรมและตอตานการทจรต

กจกรรม ตวชวด เปาหมาย

งบประมา

ณระยะเวลาดำาเนนการ

ผรบผดชอบไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4

ม.ค.

61

ก.พ.

61

ม.ค.

61

เม.ย.

61

พ.ค.

61

ม.ย.

61

ก.ค.

61

ส.ค.

61

ก.ย.

61

- ใหความรเกยวกบบทบาทหนาท และการดำาเนนงาน ในดานการสงเสรมจรยธรรมและตอตานการทจรต และศกษาดงาน เขต

พนทสจรตตนแบบ บคลากรในเขตพนทจำานวน ๖๐ คน ๒ วน ๑ คน (งบประมาณ ๑๘๑,๒๐๐ บาท)

- ใหความรเกยวกบบทบาทหนาท และการดำาเนนงาน ในดานการสงเสรมจรยธรรมและตอตานการทจรต และศกษาดงาน เขตพนทสจรตตนแบบ ผบรหารโรงเรยนจำานวน ๑๖๐ คน ๒ วน ๑ คน (งบประมาณ ๔๑๑,๖๐๐ บาท)

แบบสรปโครงการ/กจกรรมแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต สำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง

ประจำาปงบประมาณ พ.ศ. 2561

ยทธศาสตรชาตวาดวยการปองกนและ

ปราบปรามการทจรต ระยะท 3

(พ.ศ.2560 - 2564)

โครงการ/กจกรรม งบประมาณ

ผรบผดชอบ

ยทธศาสตรท 1สรางสงคมทไมทนตอการ

ทจรต

กจกรรมประกาศเจตนารมณ/กำาหนดนโยบายคณธรรมและความโปรงใสในการดำาเนนงาน

- กลมอำานวยการ

โครงการปรบฐานความคดบคลากรใหสามารถแยกระหวางผลประโยชนสวนตวและผลประโยชนสวนรวม

๑๕๖,๔๒๐ กลมบรหารงาน

บคคล

- กจกรรมประชมเชงปฏบตการ "การกระทำาทถอเปนเร องผลประโยชนทบซอน"- กจกรรมสรางความรบรเร องผลประโยชนทบซอนใหกบขาราชการใหม

ยทธศาสตรท 4 โครงการยกระดบการทำางานใหสอดคลองกบการประเมนคณธรรมและความโปรงใส

๑๙,๒๐๐ กลมอำานวยการ

พฒนาระบบปองกนการทจรตเชงรก

ในการดำาเนนงานของหนวยงานภาครฐ (ITA)- กจกรรมประชมชแจงใหปฏบตตามแนวทางการประเมนคณธรรมและความโปรงใสฯโครงการเสรมสรางภาพล กษณท ด ในองค กรและสาธารณชน

๖๒๕,๔๐๐ กลมอำานวยการ

- กจกรรมสรางการรบรเกยวกบบทบาทหนาท และการดำาเนนงาน ในดานการสงเสรมจรยธรรมและตอตานการทจรต

รวมทงสน ๘๐๑,๐๒๐

ผเสนอแผนปฏบตการ ผเหนชอบแผนปฏบตการ(นายสมเกยรต แกวมณ) (น า ย

มโน ชนด)ตำาแหนง รองผอำานวยการสำานกงานเขตพนทการศกษาอางทอง ต ำาแหน ง ผ อ ำานวยการ

สำานกงานเขตพนทการศกษาอางทอง

ผอนมตแผนปฏบตการ (สพฐ.)(.........................................)

ตำาแหนง ...............................................สำานกงานคณะกรรมการการศกษาขนพนฐาน

ภาคผนวก

คำาสงสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง ท ๖๑ / ๒๕๖๑

เรอง แตงตงคณะทำางานวเคราะหความเสยงและจดทำาแผนการปองกนและปราบปรามการทจรต

ของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง..................................

ดวยสำานกงานคณะกรรมการการศกษาขนพนฐาน รวมกบสำานกงานคณะกรรมการปองกนและปราบปรามการทจรตดำาเนนโครงการ

สพฐ“ . ใสสะอาด ปราศจากคอรรปชน ” ซงสำานกงานคณะกรรมการ การศกษาขนพนฐาน ไดกำาหนดใหสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทองจดทำาแผนการปองกนและปราบปรามการทจรตของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอางทอง รวมทงนำาขอมลผลการวเคราะหมาดำาเนนการจดทำาแผนปฏบตการปองกนและปราบปรามการทจรต

เพอใหการดำาเนนการจดทำาแผนการปองกนและปราบปรามการทจรตฯ ดงกลาว เปนไปดวย

ความเรยบรอย จงเหนสมควรแตงตงคณะกรรมการวเคราะหความเสยงและจดทำาแผนการปองกนและปราบปรามการทจรตของสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษาอาทอง ประกอบดวย ๑.๑ นายมโน ชนด ผอ.สพป.อางทอง

ประธานกรรมการ ๑.๒ นายสมปอง คงออน รองผอ . สพป.อางทอง

รองประธานกรรมการ ๑.๓ นายนพปฎล บญพงษ รองผอ . สพป.อางทอง

กรรมการ

๑.๔ นายสมเกยรต แกวมณ รองผอ . สพป.อางทองกรรมการ

๑.๕ นายสมชย ปานผาสข รองผอ . สพป.อางทองกรรมการ

๑.๖ นางมานพ มณโชต ผอ.กลมอำานวยการกรรมการ

๑.๗ นายโสรส มนด ผอ.กลมนเทศตดตามและประเมนผลฯกรรมการ

๑.๘ นายณนพพล เสนาะดนตร ผอ.กลมสงเสรมการจดการศกษากรรมการ

๑.๙ นางชลธชา พงศศร ผอ.กลมบรหารการเงนฯกรรมการ

๑.๑๐ นางนทรา อนทรพย ผอ.กลมบรหารงานบคคลกรรมการ

๑.๑๑ นางจนทรา จนทพนแจง ผอ.หนวยตรวจสอบภายในกรรมการ

๑.๑๒ นางวภา สาธตะกร นกวเคราะหนโยบายและแผนชำานาญการพเศษ กรรมการ ๑.๑๓ นางสาวปราณ อยสข นกวเคราะหนโยบายและแผนชำานาญการพเศษ กรรมการ ๑.๑๔ นางธญญารตน จนทรแกว นกวชาการพสดชำานาญการพเศษ กรรมการ

/๑.๑๕ นางหทยรตน...

-๒-

๑.๑๕ นางหทยรตน ลกษณะจนดา นตกรชำานาญการพเศษกรรมการ

๑.๑๖ นางสณ บญเลศ นกจดการงานทวไปชำานาญการกรรมการและเลขานการ

๑.๑๗ นายสรสทธ ภแฉลม เจาพนกงานธรการชำานาญงานกรรมการและผชวยเลขานการ

ใหคณะกรรมการทไดรบการแตงตงปฏบตหนาทอยางเตมความสามารถ ใหบงเกดผลดและบรรลตามวตถประสงคของทางราชการ

สง ณ วนท ๒๘ กมภาพนธ พ.ศ. ๒๕๖๑

(นายมโน ชนด)ผอำานวยการสำานกงานเขตพนทการศกษาประถมศกษา

อางทอง

top related