guide to determine academic positio

Post on 07-Apr-2016

232 Views

Category:

Documents

1 Downloads

Preview:

Click to see full reader

DESCRIPTION

 

TRANSCRIPT

1

2

หนา

1. หลกเกณฑและวธการแตงตงใหด ารงต าแหนงทางวชาการ 3

2. ขนตอนการเสนอขอก าหนดต าแหนงทางวชาการ 5

3. ขนตอนการประเมนผลการสอน 6

4. การประเมนผลการสอน 7

- ค าชแจง

- แบบประเมนเอกสารทใชประเมนผลการสอน

โดยคณะกรรมการประจ าส านกวชา

- แบบประเมนการสอนโดยคณะกรรมการประจ าส านกวชา

- แบบรายงานผลการประเมนผลการสอนโดยคณะกรรมการประจ าส านกวชา

- แบบแสดงความคดเหนของนกศกษาตอการสอนของอาจารย

5. แบบประวตและผลงานทางวชาการ 14

6. แบบรบรองจรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการ 22

7. แบบน าสงผลงานเพอขอก าหนดต าแหนงทางวชาการ 23

8. สรปขอเสนอแนะ และประเดนถาม-ตอบ ในการขอก าหนดต าแหนงทางวชาการ 27

สารบญ

3

1. คณสมบตเฉพาะต าแหนง

1.1 ผชวยศาสตราจารย

- ส าเรจการศกษาระดบปรญญาตร และด ารงต าแหนงอาจารยมาแลวไมนอยกวา 9 ป

- ส าเรจการศกษาระดบปรญญาโท และด ารงต าแหนงอาจารยมาแลวไมนอยกวา 5 ป

- ส าเรจการศกษาระดบปรญญาเอก และด ารงต าแหนงอาจารยมาแลวไมนอยกวา 2 ป

1.2 รองศาสตราจารย

ด ารงต าแหนงผชวยศาสตราจารยมาแลวไมนอยกวา 3 ป

1.3 ศาสตราจารย

ด ารงต าแหนงรองศาสตราจารยมาแลวไมนอยกวา 2 ป

2. ผลการสอน

2.1 ผศ. มความช านาญในการสอน และเสนอเอกสารประกอบการสอน อยางนอย 1 รายวชา ทมคณภาพด

2.2 รศ. มความช านาญพเศษในการสอน และเสนอเอกสารค าสอน อยางนอย 1 รายวชา ทมคณภาพด

2.3 ศ. มความเชยวชาญในการสอน และเสนอเอกสาร/สอการสอน อยางนอย 1 รายวชา ทมคณภาพดมาก

3. ผลงานทางวชาการ

ต าแหนง ผลงานทางวชาการ คณภาพ

ผศ. (1) ผลงานวจย หรอ ผลงานทางวชาการในลกษณะอน ด

และ

(2) ผลงานแตงหรอเรยบเรยง ต ารา หนงสอ หรอบทความทางวชาการ

รศ. (1) ผลงานวจย หรอ ผลงานทางวชาการในลกษณะอน ด

และ

(2) ผลงานแตงหรอเรยบเรยง ต ารา หรอหนงสอ

ศ. วธท 1 ดมาก

(1) ผลงานวจย หรอ ผลงานทางวชาการในลกษณะอน

และ

(2) ผลงานแตงต ารา หรอหนงสอ

วธท 2 ดเดน

ผลงานวจย คณภาพดเดน หรอ ผลงานทางวชาการในลกษณะอน คณภาพดเดน

หรอ ผลงานแตงต ารา/หนงสอ คณภาพดเดน

4. จรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการ

(1) ตองมความซอสตยทางวชาการ

(2) ตองใหเกยรตและอางถงบคคลหรอแหลงทมาของขอมล

(3) ตองไมค านงถงผลประโยชนทางวชาการจนละเลยหรอละเมดสทธสวนบคคลของผอน และสทธมนษยชน

(4) ผลงานทางวชาการตองไดมาจากการศกษาโดยใชหลกวชาการเปนเกณฑ

(5) ตองน าผลงานไปใชประโยชนในทางทชอบธรรมและชอบดวยกฎหมาย

หลกเกณฑการแตงตงใหด ารงต าแหนงทางวชาการ

4

ผลการพจารณา

เหนชอบ

อนมตการ อธการบด ผลการประเมน แตงตง

เทยบต าแหนง ออกค าสงแตงตง เบองตน

อนมตก าหนด อธการบด

ต าแหนง ผศ.,รศ.,ศ. ออกค าสงแตงตง ผศ.รศ. ประเมน

1. ผลการสอน

2. ผลงานทางวชาการ

3. จรยธรรมและจรรยาบรรณ

น าความกราบ

บงคมทลฯ

ผขอต าแหนง

ส านกวชา

คณะกรรมการพจารณา

ก าหนดต าแหนงทางวชาการ

- ประธานกรรมการ - กรรมการ(ศ.)ไมเกน 11 คน

- เลขานการ

กรรมการผทรงคณวฒ

ประเมนผลงานทางวชาการ

- วธปกต Reader 3 คน (ผาน2ใน3)

- วธพเศษ Reader 5 คน (ผาน4ใน5)

สภาวชาการ

คณะกรรมการ

บรหารงานบคคล

สภามหาวทยาลย

รมต.

กระทรวงศกษาธการ

โปรดเกลาแตงตง ศ.

- ประเมนผลการสอน

- ตรวจสอบคณสมบตผขอฯ

- รายงานผลการปฏบตการผขอฯ

- รบเรองอยางเปนทางการ

1

2

3

6

7

8

9

1

0

5

4

วธการแตงตงบคคลใหด ารงต าแหนงทางวชาการ

5

ล าดบ/ผด าเนนการ การด าเนนการ

1. ผขอฯ แจงความประสงคใหคณะกรรมการประจ าส านกวชาประเมนการสอน

(สามารถประเมนการสอนเปนระยะ ๆ ภายในปการศกษานน หรอ

กอนหนานนไมเกน 1 ปการศกษา)

2. คณะกรรมการประจ าส านกวชา ประเมนการสอน

3. ผขอฯ - กรอกแบบน าสงผลทางวชาการเพอก าหนดต าแหนงทางวชาการ

(เสนอประธานคณะกรรมการพจารณาก าหนดต าแหนงทางวชาการ

ผานคณะกรรมการประจ าส านกวชา) และ

- ยนแบบประวตและผลงานทางวชาการ ผลการสอน ผลงานทางวชาการ

และแบบรบรองจรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการ

ตอคณะกรรมการประจ าส านกวชา

4. คณะกรรมการประจ าส านกวชา - รบเรองอยางเปนทางการ*

- กลนกรองและตรวจสอบคณสมบตเฉพาะต าแหนง ผลงานทางวชาการ

(รวมถงการมสวนรวมในผลงานดวย) และแบบรบรองจรยธรรมและ

จรรยาบรรณทางวชาการ

5. ผขอฯ น าสงเอกสารผลงานจ านวน 10 ชด ตอคณะกรรมการพจารณาก าหนด

ต าแหนงทางวชาการ (ทสวนการเจาหนาท)

6. คณะกรรมการพจารณาก าหนด - พจารณาแตงตงผทรงคณวฒประเมนผลงานทางวชาการ (Reader)

ต าแหนงทางวชาการ และผประสานงานผทรงคณวฒฯ

- พจารณาผลการประเมนเชงคณภาพของ Reader

7. สภาวชาการ พจารณาใหความเหนชอบผลการประเมนตามทคณะกรรมการพจารณา

ก าหนดต าแหนงทางวชาการเสนอ

8. สภามหาวทยาลย ต าแหนง ผศ. และ รศ.

- อนมตการก าหนดต าแหนง

- อธการบดออกค าสงแตงตงใหด ารงต าแหนง

ต าแหนง ศ.

- อนมตการก าหนดต าแหนง

- เสนอรฐมนตรวาการกระทรวงศกษาธการน าความกราบบงคมทลเพอ

ทรงพระกรณาโปรดเกลาฯ แตงตง

หมายเหต *วนทแตงตงใหด ารงต าแหนงทางวชาการใหถอวนทส านกวชาตนสงกดไดรบเรองอยางเปนทางการ

พรอมทงแบบขอแตงตงต าแหนงทางวชาการทถกตองและผลงานวชาการทตพมพเผยแพรสมบรณแลว

ขนตอนการเสนอขอก าหนดต าแหนงทางวชาการ

6

ล าดบ/ผด าเนนการ การด าเนนการ

1. ผขอฯ - ต าแหนง ผศ.

เสนอเอกสารประกอบการสอน อยางนอย 1 รายวชา

(มจ านวนรวมแลวไมนอยกวา 0.5 หนวยวชา)

- ต าแหนง รศ.

เสนอเอกสารค าสอน อยางนอย 1 รายวชา

(มจ านวนรวมแลวไมนอยกวาไมนอยกวา 0.5 หนวยวชา)

- ต าแหนง ศ.

เสนอเอกสารการสอนหรอสอการสอน อยางนอย 1 รายวชา

(มจ านวนรวมแลวไมนอยกวา 0.5 หนวยวชา)

2. คณะกรรมการประจ าส านกวชา 1. ประเมนเอกสารการสอน (ตามแบบประเมนเอกสารการสอน)

- ผศ. เอกสารตองมคณภาพด

- รศ. เอกสารตองมคณภาพด

- ศ. เอกสารตองมคณภาพดมาก

2. ประเมนการสอน (ตามแบบประเมนการสอน)

- ผศ. ตองมความช านาญในการสอน

- รศ. ตองมความช านาญพเศษในการสอน

- ศ. ตองมความเชยวชาญในการสอน

3. สรปผลการประเมน (ตามแบบรายงานผลการประเมนผลการสอน)

เสนอคณะกรรมการพจารณาก าหนดต าแหนงทางวชาการ

หมายเหต 1. ผขอฯ สามารถใหคณะกรรมการประจ าส านกวชาประเมนการสอนโดยอาจจะท าการประเมน

การสอนไดเปนระยะ ๆ ภายในปการศกษานน หรอกอนหนานนไมเกน 1 ปการศกษา เมอได

ผลการประเมนการสอนแลวใหเสนอคณะกรรมการพจารณาก าหนดต าแหนงทางวชาการ พรอมกบ

ผลงานทางวชาการตาง ๆ ดวย

2. หลกเกณฑและวธการประเมนผลการสอนใหเปนไปตามเอกสารแนบทายขอบงคบมหาวทยาลย

วลยลกษณ วาดวยหลกเกณฑและวธการประเมนผลการสอนในการขอแตงตงคณาจารยประจ า

และอาจารยพเศษใหด ารงต าแหนงทางวชาการ พ.ศ.2551

3. ใหนกศกษามสวนรวมในการประเมนเพอปรบปรงการสอนดวย

ขนตอนการประเมนผลการสอน

7

สวนท 1 ค าชแจง

1. การประเมนผลงานการสอน

1.1 เกณฑระดบคณภาพของเอกสารทใชประเมนผลการสอน

ด หมายถง เอกสารทมเนอหาวชาถกตอง ทนสมย เปนทยอมรบในวงวชาการ

ดมาก หมายถง เอกสารทมเนอหาวชาถกตอง ทนสมย เปนทยอมรบในวงวชาการ แสดงถงการ

ประยกตความรใหเหมาะสมกบสภาพสงคมไทย มการเสนอแนะประเดนทยงตองการ

การคนควาหาความรเพมเตม

1.2. แนวทางการประเมนผลการสอน

ดชน

1. มการวางแผนอยางเปนระบบ เพอใหผลการเสนอเปนไปตามจดมงหมายทวางไว โดยมเอกสารแผนการสอน

ประกอบดวย

(1) ชอเรองทสอนในชวโมงนนหรอคาบเวลานน

(2) ชออาจารยผสอน วฒการศกษา ต าแหนงทางวชาการ และชองทางการตดตอ

(3) ชอรายวชาและรหส

(4) ชอหลกสตร

(5) วนเดอนปและ เวลา ทสอน

(6) วตถประสงคการศกษา (วตถประสงคเชงพฤตกรรม) ของเรองทสอนในชวโมงนนหรอ

คาบเวลานน

(7) เนอหาของเรองทสอน โดยสงเขป

(8) วธการจดประสานการณการเรยนร

(9) สอการเรยนร

(10) โสตทศนปกรณ

(11) การวดผลการเรยนร ไดแก ตวชวด เกณฑ และวธการ

(12) หากมการปรบปรงแกไขใหระบวนเดอนปทแกไข

2. มความสามารถสอนใหผเรยนรจกคด วเคราะห วจารณในวชาทสอน

3. มความสามารถในการใชเทคนควธสอนตางๆ เพอใหผเรยนเกดความสนใจ และตดตามการสอนตลอดเวลา เชน

ใชภาษาทเขาใจงาย ยกตวอยาง สอดแทรกประสบการณ ใชค าถามเพอใหผเรยนคดและตอบค าถามใหเขาใจชดเจน

4. มความสามารถใหผเรยนมองเหนความสมพนธของวชาทเรยนกบวชาอนทเกยวของ

5. มความสามารถจดใหผเรยนรจกแหลงขอมลทคนควาศกษาเพมเตม

การประเมนผลการสอน

8

6. มความสามารถจดใหผเรยนแสดงความเหน และแลกเปลยนประสบการณตามความเหมาะสม

7. มความสามารถในการใชสอการสอน และอปกรณชวยสอนทเหมาะสมเปนอยางด

8. มความสามารถในการประเมนความร ความเขาใจของผเรยนในวชาทสอน โดยตองแสดงวธการวดผลทถกตอง

ตรงตามวตถประสงคทก าหนดไวในแผนการสอน

9. มความสามารถในการวเคราะหคณภาพของวธวดผลตามขอ 8 ทงกอนและหลงการน าไปใช

10. มความสามารถในการพฒนาแผนการสอนตามขอ 1

11. เปนตวอยางในดานคณธรรมและจรยธรรม

1.3 เกณฑระดบคณภาพของการสอน

ช านาญ หมายถง จดท าแผนการสอนทถกตอง ครบถวนตามทก าหนด จดการเรยนการสอนได

ตามแผนการสอนอยางมประสทธภาพ สรางเครองมอวดผลการเรยนรของ

นกศกษา และปรบปรงแกไขไดอยางมคณภาพ เปนผตรงตอเวลา มความ

รบผดชอบ มความสภาพทงทางบคลก วาจา และการแตงกาย

ช านาญพเศษ หมายถง จดท าแผนการสอนทถกตอง ครบถวนตามทก าหนด จดการเรยนการสอนได

ตามแผนการสอนอยางมประสทธภาพ มความสามารถสอนใหผเรยนรจก

คดวเคราะห วจารณ ใชเทคนควธการสอนตางๆ อยางมประสทธภาพสง

สรางเครองมอวดผลการเรยนรของนกศกษาและปรบปรงแกไขไดอยางม

คณภาพสง พฒนาแผนการสอนใหทนสมยอยเสมอ เปนผตรงตอเวลา

มความรบผดชอบ มความสภาพทงบคลก วาจา และการแตงกาย

เชยวชาญ หมายถง จดท าแผนการสอนทถกตอง ครบถวนตามทก าหนด จดการเรยนการสอนได

ตามแผนการสอนอยางมประสทธภาพ มความสามารถสอนใหผเรยนรจก

คดวเคราะห วจารณ ใชเทคนควธการตางๆ อยางมประสทธภาพสง สราง

เครองมอวดผลการเรยนรของนกศกษาไดอยางมคณภาพสงและชวยเหลอ

อาจารยผอนในการตรวจสอบคณภาพขอสอบและปรบปรงแกไข พฒนา

แผนการสอนใหทนสมยอยเสมอ เปนผตรงตอเวลา มความรบผดชอบ ม

ความสภาพทงบคลก วาจา และการแตงกาย

9

สวนท 2 แบบฟอรม

แบบประเมนเอกสารทใชประเมนผลการสอนโดยคณะกรรมการประจ าส านกวชา……….……….

ประเภท [ ] เอกสารประกอบการสอน [ ] เอกสารค าสอน

[ ] เอกสารการสอน [ ] สอการสอน

[ ] อนๆ (โปรดระบ)………………………………………………………………………..

ล าดบท…………………………………………………………………………………………….……………………...….………

เรอง……………………………………………………………………………………..………………………………….…………

ของ(ชอนามสกลของผขอแตงตง)………………………………………………………………………………………………

เพอขอแตงตงใหด ารงต าแหนง…………………………………………………………………………..……….……………

สาขาวชา………………………………………………………………………………………………………………………………

1. ลกษณะของผลงาน ………(ถกตอง/ไมถกตอง)…………ตามค าจ ากดความ

2. การเผยแพร ………(ถกตอง/ไมถกตอง)…………ตามลกษณะการเผยแพร

3. คณภาพของผลงาน ……….ด …………ดมาก

………..ต ากวาด

หมายเหต

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…….…

……………………………………………………………………………………………………………….………………………..…………………………………

ลงชอ…………………………………………

(………………………………………...)

ประธานคณะกรรมการประจ าส านกวชา……………………………….………

วนท………..เดอน………….พ.ศ. ………

10

แบบประเมนการสอนโดยคณะกรรมการประจ าส านกวชา……………………………………

ผรบการประเมน/ผขอแตงตง…………………………………………..………………………………………………….………………

สงกด………………………………………………………………………………………………...………………………..…………………

ผประเมน……………………………………………………………………………………………..……….………………………………..

เมอวนท………………….เดอน………………………….พ.ศ. ……………….….เวลา………………….…….……….………………

ในการสอนหลกสตร…………………………………..………………………………..…….……………………..………………………

เรอง…………………………………………………………………………………………….……..…………………………………………

ประเภทการสอน [ ] บรรยาย [ ] ปฏบต [ ] ภาคสนาม [ ] การสอนขางเคยง

[ ] อนๆ (กรณาระบ)……………………………………………………….……………………..……..

รายวชา………………………………….……………… รหสวชา ………………………………….……..…………………

หวขอประเมน

1. มการวางแผนอยางเปนระบบ เพอใหผลการสอนเปนไปตามจดมงหมายทวางไว……………………..…..…. (ม/ไมม)

โดยเสนอเอกสารแผนการสอน ทประกอบดวย

(1) ชอเรองทสอนในชวโมงนนหรอคาบเวลานน…………………………………………..….……….……… (ม/ไมม)

(2) ชออาจารยผสอน วฒการศกษา ต าแหนงทางวชาการ และชองทางการตดตอ………………… (ม/ไมม)

(3) ชอรายวชาและรหส………………………………………………………………….………………..…… (ม/ไมม)

(4) ชอหลกสตร…………………………………………………………..……………………………………. (ม/ไมม)

(5) วนเดอนปและวชาทสอน………………..……………………………………………………..….………. (ม/ไมม)

(6) วตถประสงคการศกษา (วตถประสงคเชงพฤตกรรม) ของเรองทสอนในชวโมงนน

หรอคาบเวลานน…………………………………………………….………………………………....……… (ม/ไมม)

(7) เนอหาของเรองทสอนโดยสงเขป……………………………..…………………………………….…….. (ม/ไมม)

(8) วธการจดประสบการณการเรยนร………..…………………………………………………….…………. (ม/ไมม)

(9) สอการเรยนร………………………...………………………………………………………….……..….. (ม/ไมม)

(10) โสตทศนปกรณ…………………………...……………………..………………………………………. (ม/ไมม)

(11) การวดผลการเรยนร ไดแก ตวชวด เกณฑ และวธการ……………………..……………….……………. (ม/ไมม)

(12) หากมการปรบปรงแกไขใหระบวนเดอนปทแกไข…………………..….....…………………….……….. (ม/ไมม)

เอกสารแผนการสอน มคณภาพในระดบ…………..……….(ด/ดมาก/ต ากวาด)

11

2. มความสามารถสอนใหผเรยนรจกคด วเคราะห วจารณในวชาทสอน………………..….. (ช านาญ/ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/

ต ากวาช านาญ)

3. มความสามารถในการใชเทคนควธการสอนตางๆ เพอใหผเรยนเกดความสนใจ และตดตามการสอนตลอดเวลา เชน

ใชภาษาทเขาใจงาย ยกตวอยาง สอดแทรกประสบการณ ใชค าถามเพอใหผเรยนคด และตอบค าถามใหเขาใจไดชดเจน

……………………..…….. (ช านาญ/ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ ใชความเหนของนกศกษาประกอบดวย)

4. มความสามารถใหผเรยนมองเหนความสมพนธของวชาทเรยนกบวชาอนทเกยวของ……………………..…… (ช านาญ/

ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ)

5. มความสามารถใหผเรยนรจกแหลงขอมลทคนควาศกษาเพมเตม…………………. (ช านาญ/ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ

ใชความเหนของนกศกษาประกอบดวย)

6. มความสามารถจดใหผเรยนแสดงความคดเหน และแลกเปลยนประสบการณตามความเหมาะสม……………………..….

(ช านาญ/ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ ใชความเหนของนกศกษาประกอบดวย)

7. มความสามารถในการใชสอการสอน และอปกรณชวยสอนทเหมาะสมเปนอยางด…………..……. (ช านาญ/ช านาญพเศษ/

เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ ใชความเหนของนกศกษาประกอบดวย)

8. มความสามารถในการประเมนความร ความเขาใจของผเรยนในวชาทสอน โดยตองแสดงวธการวดผลทถกตองตรงตาม

วตถประสงคทก าหนดไวในแผนการสอน……………..…….….(ช านาญ/ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ)

9. มความสามารถในการวเคราะหคณภาพของวธวดผลตามขอ 8 ทงกอนและหลงการน าไปใช………………..…… (ช านาญ/

ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ)

10. มความสามารถในการพฒนาแผนการสอนตามขอ 1 ………………………(ช านาญ/ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ)

11. เปนตวอยางในดานคณธรรมและจรยธรรม ไดแก ตรงตอเวลา มความรบผดชอบ มความสภาพทงบคลก วาจา และการ

แตงกาย……………..…………….(ใช/ไมใช ใชความเหนของนกศกษาประกอบดวย)

หมายเหต………………………………………………………………………………………………….………………………

………………………………………………………………………………………………………….…………………………

ลงชอ…………………………………….………

(…………………………………….……..)

ประธานคณะกรรมการประจ าส านกวชา……………….…………………………

วนท………..เดอน……………….พ.ศ. ……….

12

แบบรายงานผลการประเมนผลการสอนโดยคณะกรรมการประจ าส านกวชา …………………………..

คณะกรรมการประจ าส านกวชา…………………………...…..…… ในการประชมเมอวนท….…... เดอน ……. พ.ศ. ………

ไดประเมนเอกสารทใชประเมนการสอน และประเมนการสอนของ (ชอ-นามสกล ผขอแตงตง)

……………………………………………………………………………………..…………………………..…………… แลว

เหนวาคณภาพผลการสอนเปนดงน

เอกสาร (ประกอบการสอน/ค าสอน/การสอน /สอการสอน)

มคณภาพในระดบ……………………… (ด/ดมาก/ต ากวาด)

การสอน

มคณภาพในระดบ………………………. (ช านาญ/ช านาญพเศษ/เชยวชาญ/ต ากวาช านาญ)

ลงชอ………………………………….…………..….

(………………………………………..……….)

ประธานคณะกรรมการประจ าส านกวชา ……………………………………

วนท……....เดอน……………………พ.ศ. ……….

13

แบบแสดงความคดเหนของนกศกษาตอการสอนของอาจารย

ชอ-นามสกล อาจารย ……………………………………………………………………………………………….………….….…………

หลกสตร………………………..………………….…. ส านกวชา ……………………………….…………………..………………………

สอนวนท……..……..เดอน…………….………………พ.ศ. ………………… เวลา ……………………………..………..……………

รายวชา …………………………………………………รหสวชา……………..……….……………….………………………………………

เรอง…………………………………………………………………………………………………………………………….……………………

ประเภทการสอน [ ] บรรยาย [ ] ปฏบต [ ] ภาคสนาม [ ] การสอนขางเคยง

ประจ าปการศกษา……………..………….…………… ภาคการศกษาท………………………………………………………

ระดบการใหเหนความเหน

1 = นอยทสด

2 = นอย

3 = ปานกลาง

4 = มาก

5 = มากทสด

หวขอประเมนและความเหน (กรณาใหความเหนตามตวเลขในวงเลบทายหวขอ)

1. ผสอนชแจงวตถประสงค ขอบเขตเนอหา และสอนสอดคลองตามวตถประสงค

และเนอหาทระบไว……………...……….………………………………….…….…… ( 1 2 3 4 5 )

2. ผสอนมวธการสอนทท าใหเขาใจเนอหาไดงาย ชดเจน และ

สรางบรรยากาศใหนาเรยน…………….………………………………………….….…. ( 1 2 3 4 5 )

3. ผสอนใชสอและอปกรณการสอนเหมาะสมกบเนอหา…..…………………….…….…. ( 1 2 3 4 5 )

4. ผสอนมวธสอนทท าใหรจกคดและอยากแสวงหาความรเพมเตม.…………….……..…. ( 1 2 3 4 5 )

5. ผสอนแสดงถงความตงใจ และมการเตรยมพรอมในการสอน………….………….….... ( 1 2 3 4 5 )

ความเหนเพมเตม (เชน ความตรงตอเวลา การใหเวลานอกเหนอจากเวลาสอน)

……………………………………………………………………………………………………………….……………………………………….……………………

……………………………………………………………………………..….…………….…………….………………………………………………………………

…………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………..…….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

………………………………………………………………………………………………………………………….………………..……………………………..…

………………………………………………………………………………………………………………………….………………..……………………………..…

14

แบบประวตสวนตวและผลงานทางวชาการ

ชอ-สกล (ผขอ)……………………………………………… ส านกวชา………………………………………………

เพอขอก าหนดต าแหนง………………………………. (ผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย ศาสตราจารย) ในสาขาวชา…………………………………………… โดยวธ (ปกต/พเศษ)………………………………

………………………………

1. ประวตสวนตว 1.1 เกดเมอวนท……………เดอน……………………..พ.ศ……………….. 1.2 อาย…………………….ป 1.3 การศกษาระดบอดมศกษา (เรมจากวฒสงไปตาตามลาดบ) คณวฒ ป พ.ศ. ทจบ ชอสถานศกษา ………………………………… ……………………………… …………………………..……………… ………………………………… ……………………………… …………………………………..……… ………………………………… ……………………………… ……………………………………….… ………………………………… ……………………………… ………………………………..………… ………………………………… ……………………………… ……………………………..…………… 2. ประวตการท างาน 2.1 ปจจบนดารงตาแหนง……………………………..……………. 2.2 ไดรบแตงตงใหดารงตาแหนงอาจารย เมอวนท………..เดอน……….………..พ.ศ……………………. รวม………………….ป/เดอน 2.3 ไดรบแตงตงใหดารงตาแหนงผชวยศาสตราจารย เมอวนท……..…..เดอน……….……………………. พ.ศ………………รวม………………….ป/เดอน 2.4 ไดรบแตงตงใหดารงตาแหนงรองศาสตราจารย เมอวนท……..…..เดอน……….……………………. พ.ศ………………รวม………………….ป/เดอน 2.5 (ตาแหนงอน ๆ) ………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………..………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………….………

15

3. ภาระงานยอนหลง 3 ป (เปนภาระงานททาโดยความเหนชอบจากตนสงกด) 3.1 งานสอน (โปรดระบระดบปรญญาตร หรอบณฑตศกษา) ระดบ รายวชาทสอน/ภาคการศกษา หนวยกต หนวยกตทสอนจรง …………… …………………./……………… ………………. ……………………. …………… …………………/………………. ……………….. ……………………. …………… …………………/………………. ……………….. ……………………. …………… …………………/………………. ……………….. ……………………. …………… …………………/………………. ……………….. …………………….

3.2 งานวจย (โปรดระบ ชอโครงการวจย หวหนาและคณะผวจย แหลงทนสนบสนนการวจย และระยะเวลาการทาวจย (ชวงระยะเวลา)) ………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….………….. 3.3 งานบรการวชาการ (โปรดระบชอโครงการ (ลกษณะงานบรการ) กจกรรม ปรมาณเวลา จานวนผรบบรการ) ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………….………… …………………………………………………………………………………………………….…………………………… 3.4 งานบรหาร (โปรดระบงานบรหารทมสวนรบผดชอบโดยตรง และปรมาณเวลาทใช) ………………………………………………………………………………………………………………….……………… ……………………………………………………………………………………………………….………………………… ……………………………………………………………………………………….………………………………………… ……………………………………………………………………………. 3.5 งานอน ๆ ทเกยวของ (โปรดระบประเภทของงานและปรมาณเวลาทใช) ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………

16

4. ผลงานทางวชาการ ทใชขอแตงตงตาแหนงระดบผชวยศาสตราจารย รองศาสตราจารย และศาสตราจารย 4.1 ผลงานทางวชาการทเสนอเพอประกอบการพจารณาแตงตงเปนผชวยศาสตราจารย (โปรดเรยง ล าดบตามความส าคญ) 4.1.1 เอกสารประกอบการสอน 4.1.1.1 …………………………………………………………………………………………..………………. 4.1.1.2 ……………………………………………………………………………………………….…………. 4.1.1.3 ……………………………………………………………………………………………….…………. 4.1.1.4 …………………………………………………………………………………………….……………. 4.1.1.5 ……………………………………………………………………………………………..……………. 4.1.2 งานแตง เรยบเรยง แปลหนงสอ หรอเขยนบทความทางวชาการ 4.1.2.1 ………………………………………………………………………………………………………..…. 4.1.2.2 ……………………………………………………………………………………………………..……. 4.1.2.3 …………………………………………………………………………………………………….……. 4.1.2.4 …………………………………………………………………………………………………….……. 4.1.2.5 ……………………………………………………………………………………………………..……. (เอกสารประกอบการสอน หนงสอ หรอบทความทางวชาการ ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวย ชอผแตง ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผเขยนหลายคน ใหผเขยนรวมสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานเทาใดมาประกอบการพจารณาดวย) 4.1.3 งานวจย 4.1.3.1 …………………………………………………………………………………………………..………. 4.1.3.2 …………………………………………………………………………………………………….……. 4.1.3.3 …………………………………………………………………………………………………….……. 4.1.3.4 ………………………………………………………………………………………………….………. 4.1.3.5 ………………………………………………………………………………………………………….. (งานวจย ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวย ชอผวจย ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผวจยรวมหลายคน ใหผวจยรวมสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานวจยเทาใดมาประกอบการพจารณาดวย)

4.1.4 ผลงานทางวชาการในลกษณะอน 4.1.4.1 …………………………………………………………………………………………………..………. 4.1.4.2 ……………………………………………………………………………………………………….…. 4.1.4.3 …………………………………………………………………………………………………….……. 4.1.4.4 …………………………………………………………………………………………………….…….

17

4.1.4.5 …………………………………………………………………………………………………………… (ในกรณทมผรวมงานหลายคน ใหผรวมงานสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานเทาใดมาประกอบการพจารณาดวย) 4.2 ผลงานทางวชาการทเสนอเพอประกอบการพจารณาแตงตงเปนรองศาสตราจารย (โปรดเรยงล าดบตามความส าคญ)

4.2.1 เอกสารคาสอน 4.2.1.1 ……………………………………………………………………………………………….…………. 4.2.1.2………………………………………………………………………………….……………………….. 4.2.1.3 ………………………………………………………………………………….………………………. 4.2.1.4 ………………………………………………………………………….………………………………. 4.2.1.5 ………………………………………………………………………………….……………………….

4.2.2 งานแตง เรยบเรยง แปลตาราหรอหนงสอ 4.2.2.1 ……………………………………………………………………………………………………..…… 4.2.2.2……………………………………………………………………………………………………….…. 4.2.2.3 …………………………………………………………………………………………………..……… 4.2.2.4 …………………………………………………………………………………………………..………

4.2.2.5 ………………………………………………………………………………………………….………. (เอกสารคาสอน ตาราหรอหนงสอ ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวย ชอผแตง ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผเขยนหลายคน ใหผเขยนรวมสงหลกฐานรบรองวามสวนรวมในผลงานเทาใด มาประกอบการพจารณาดวย)

4.2.3 งานวจย 4.2.3.1 ………………………………………………………………………………………..…………………. 4.2.3.2…………………………………………………………………………………………….…………….. 4.2.3.3 ……………………………………………………………………………………………….…………. 4.2.3.4 ………………………………………………………………………………………………..…………. 4.2.3.5……………………………………………………………………………………………………………. (งานวจย ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวยชอผวจย ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผวจยรวมหลายคน ใหผวจยรวมสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานวจยเทาใดมาประกอบการพจารณาดวย) 4.2.4 ผลงานทางวชาการในลกษณะอน 4.2.4.1 ………………………………………………………………………………………………….……. 4.2.4.2…………………………………………………………………………….…………………………..

4.2.4.3……………………………………………………………………………………………….……….. 4.2.4.4 ……………………………………………………………………………………………………….. 4.2.4.5 .................................................................................................................…………………..................

18

(ในกรณทมผรวมงานหลายคน ใหผรวมงานสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานเทาใดมาประกอบการพจารณาดวย) 4.3 ผลทางวชาการทเสนอเพอประกอบการพจารณาแตงตงเปนศาสตราจารย (โปรดเลอกเกณฑชดใด ชดหนงและเรยงล าดบตามความส าคญ) เกณฑชดท 1 4.3.1 งานแตง เรยบเรยง ตารา หรอหนงสอ 4.3.1.1 …………………………………………………………………………………..…………………. 4.3.1.2……………………………………………………………………………………………..……….. 4.3.1.3…………………………………………………………………………………………..………….. 4.3.1.4…………………………………………………………………………………………..………….. 4.3.1.5...............................................................................................................………………….................. (ตาราหรอหนงสอ ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวย ชอผแตง ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผเขยนหลายคน ใหผเขยนรวมสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานเทาใด มาประกอบการพจารณาดวย) 4.3.2 งานวจย 4.3.2.1 …………………………………………………………………………………………………………. 4.3.2.2………………………………………………………………………………………….……………….. 4.3.2.3…………………………………………………………………………………………..……………….. 4.3.2.4…………………………………………………………………………………………………………... 4.3.2.5...................................................................................................................……………………................ (งานวจย ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวย ชอผวจย ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผวจยรวมหลายคน ใหผวจยรวมสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานวจยเทาใด มาประกอบการพจารณาดวย) 4.3.3 ผลงานทางวชาการในลกษณะอน 4.3.3.1 ………………………………………………………………………….……………………………. 4.3.3.2……………………………………………………………………………………………………….. 4.3.3.3…………………………………………….…………………………………………………………..

4.3.3.4………………………………………………………………………………………………………… 4.3.3.5...................................................…………………….............................................................................. (ในกรณทมผมสวนรวมหลายคน ใหผมสวนรวมสงหลกฐานรบรองวามสวนรวมในผลงานเทาใดมาประกอบการพจารณาดวย)

19

เกณฑชดท 2 4.3.1 งานแตง เรยบเรยง ตารา หรอหนงสอ 4.3.1.1 ………………………………………………………………………………………….…………. 4.3.1.2……………………………………………………………………………………………….…….. 4.3.1.3…………………………………………………………………………………………….……….. 4.3.1.4………………………………………………………………………………………….………….. 4.3.1.5..............................................................................................................………………..................... (ตาราหรอหนงสอ ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวย ชอผแตง ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผเขยนหลายคน ใหผเขยนรวมสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานเทาใด มาประกอบการพจารณาดวย) 4.3.2 งานวจย 4.3.2.1 ……………………………………………………………………………………….………………. 4.3.2.2………………………………………………………………………………………………………... 4.3.2.3……………………………………………………………………………………………….……….. 4.3.2.4…………………………………………………………………………………………….………….. 4.3.2.5..................................................................................................................…………………................. (งานวจย ใหเสนอโดยเขยนตามหลกของการเขยนเอกสารอางอง อนประกอบดวย ชอผวจย ป พ.ศ. ชอเรอง แหลงพมพ จานวนหนา เปนตน ในกรณทมผวจยรวมหลายคน ใหผวจยรวมสงหลกฐานรบรองวา มสวนรวมในผลงานวจยเทาใด มาประกอบการพจารณาดวย 4.3.3 ผลงานทางวชาการในลกษณะอน 4.3.3.1 …………………………………………………………………………………………………..……. 4.3.3.2………………………………………………………………………………………………...……….. 4.3.3.3………………………………………………………………………………………………………….. 4.3.3.4………………………………………………………………………………………………………….. 4.3.3.5.................................................................................................................……………………................. (ในกรณทมผมสวนรวมหลายคน ใหผมสวนรวมสงหลกฐานรบรองวามสวนรวมในผลงานเทาใดมาประกอบการพจารณาดวย)

5. วทยานพนธซงเปนสวนหนงของการศกษาหรอปรญญา ดงน 5.1 ระดบปรญญาโท ……………………………………………………………………………..………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………

20

5.2 ระดบปรญญาเอก …………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………….……………………… 6. งานวชาการทใชเสนอขอและไดรบการแตงตงใหด ารงต าแหนงทางวชาการ

6.1 ตาแหนงผชวยศาสตราจารย …………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………………………………………….………… ………………………………………………………………………………………………………….…………… ………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………..……

6.2 ตาแหนงรองศาสตราจารย ………………………………………………………………………………………………………..……………… …………………………………………………………………………………………………………..…………… …………………………………………………………………………………………………..…………………… ………………………………………………………………………………………………..……………………… …………………………………………………………………………………………….………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………

ขอรบรองวาขอความดงกลาวขางตนเปนความจรงทกประการ

(ลงชอ)………………………………………………(เจาของประวตหรอผบงคบบญชาชนตน) (……………………………………………..) ตาแหนง………………………………………..….. วนท……….เดอน……………..พ.ศ…………

ขาพเจา (ชอเจาของประวต)…………………………………………………………………………….. ยนยอมให (ชอผบงคบบญชาชนตนทเสนอขอกาหนดตาแหนง)………………………………………………… เปนผเสนอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการของขาพเจา และขอรบรองวาขอความดงกลาวขางตนเปนความจรง ทกประการ

(ลงชอ)..…………………………………………………..(เจาของประวต) (…………………………………………………..)

21

ตาแหนง………………………………………….. วนท………..เดอน………………..พ.ศ………….. ค ารบรองของผบงคบบญชา ขาพเจาผมนามตอทายบนทกน ขอรบรองตอคณะกรรมการสภาวชาการมหาวทยาลยวลยลกษณและผทรงคณวฒ ทราบวาผลงานและคณสมบตของ (ชอผเสนอกาหนดตาแหนง)………………..…………………ถกตองตามความเปนจรง ทกประการ และขอรายงานผลการปฏบตงานตามมาตรฐานงานทมหาวทยาลย

1. ประสทธภาพการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………….…………. …………………………………………………………………………………………………………………….……………. …………………………………………………………………………………………………………………….…………….

2. งานวจย …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………..………. ………………………………………………………………………………………………………………………..……….

3. การบรการวชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………….

(ลงชอ)………………………………………………….. (…………………………………………………..) คณบดสานกวชา………………………………………..

ประธานคณะกรรมการประจาสานกวชา……………………………………

22

วนท………..เดอน………………….…..พ.ศ…………..

แบบรบรองจรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการ สวนท 1 สาหรบผขอฯ

ตามขอบงคบมหาวทยาลยวลยลกษณ วาดวยหลกเกณฑและวธการแตงตงบคคลใหดารงตาแหนงทางวชาการ พ.ศ.2551 กาหนดใหผขอกาหนดตาแหนงทางวชาการ ตองคานงถงจรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการ ดงน

1. ตองมความซอสตยทางวชาการ ไมนาผลงานของผอนมาเปนผลงานของตนและไมลอกเลยนผลงานของ ผอน รวมทงไมนาผลงานของตนเองในเรองเดยวกนไปเผยแพรในวารสารวชาการมากหนงฉบบในลกษณะทจะทาใหเขาใจผดวาเปนผลงานใหม 2. ตองใหเกยรตและอางถงบคคลหรอแหลงทมาของขอมลทนามาใชในผลงานทางวชาการของตนเองและแสดงหลกฐานของการคนควา 3. ตองไมคานงถงผลประโยชนทางวชาการจนละเลยหรอละเมดสทธสวนบคคลของผอนและสทธมนษยชน 4. ผลงานทางวชาการตองไดมาจากการศกษาโดยใชหลกวชาการเปนเกณฑไมมอคตมาเกยวของ และเสนอ ผลงานตามความเปนจรง ไมจงใจเบยงเบนผลการวจยโดยหวงผลประโยชนสวนตว หรอตองการสรางความเสยหายแกผอน และเสนอผลงานตามความเปนจรง ไมขยายขอคนพบโดยปราศจากการตรวจสอบยนยนในทางวชาการ 5. ตองนาผลงานไปใชประโยชนในทางทชอบธรรมและชอบดวยกฎหมาย

ขาพเจาของรบรองวา ขาพเจาไดประพฤตและปฏบตตามหลกจรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการทกาหนดไวขางตน 5 ประการ และขาพเจาไดรบทราบผลของการละเมดจรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการดงกลาว

ลงชอ ……………………………………………… (……………………………………………..)

วนท……..เดอน……….……..พ.ศ. ……… สวนท 2 สาหรบหนวยงาน คณะกรรมการประจาสานกวชา…………………………… ในคราวประชมครงท ………….. เมอวนท ……เดอน…………………พ.ศ. …………… ไดรบทราบและตรวจสอบในเบองตนแลว

ลงชอ ……………………………………………… (……………………………………………..)

ประธานคณะกรรมการประจาสานกวชา…………………..……………….

23

วนท……..เดอน……….……..พ.ศ. ………

บนทกขอความ

หนวยงาน……………………………………………………………………………………………………….… ท …………………………………………………………… วนท ……………………………………………… เรอง …ขอนาสงผลงานทางวชาการเพอกาหนดตาแหนงทางวชาการ…………………………………………… เรยน ประธานคณะกรรมการพจารณาตาแหนงทางวชาการ (ผานคณะกรรมการประจาสานกวชา………………………………….) ดวยขาพเจา…………..…………………………………………………ขอเสนอผลงานเพอขอ กาหนดตาแหนง(ผศ./รศ./ศ.)………………………………….ในสาขาวชา………………..……………………. จงขอนาสงผลงานทางวชาการในการเสนอขอกาหนดตาแหนงดงตอไปน

เสนอขอต าแหนง ผลงานทางวชาการทเสนอเพอประกอบการพจารณา (โดยเรยงล าดบตามความส าคญ) ผชวยศาสตราจารย 1. ผลการประเมนการสอน

เอกสารประกอบการสอน รายวชา…………………………………..จานวน…………..ชด และ

2. ผลงานวจย หรอผลงานทางวชาการในลกษณะอน 3.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.5 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด และ

3. ผลงานแตงเรยบเรยง ต ารา หนงสอ หรอบทความทางวชาการ 2.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.5 ……………………………………………………………...……. จานวน…………..ชด

24

เสนอขอต าแหนง ผลงานทางวชาการทเสนอเพอประกอบการพจารณา (โดยเรยงล าดบตามความส าคญ) รองศาสตราจารย 1. ผลการประเมนการสอน

เอกสารคาสอน รายวชา …………………………………………….จานวน…………..ชด และ 2. ผลงานวจย หรอผลงานทางวชาการในลกษณะอน

3.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.5 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด และ

3. ผลงานแตงเรยบเรยง ต ารา หรอหนงสอ 2.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.5 …………………………………………………...………………. จานวน…………..ชด

ศาสตราจารย

โปรดเลอกเกณฑชดใดชดหนง เกณฑชดท 1 (เสนอทงผลงานวจยและงานแตงตารา/หนงสอ) 1. ผลการประเมนการสอน เอกสารการสอนหรอสอการสอน รายวชา ……………………...…….จานวน…………..ชด และ

2. ผลงานวจย หรอผลงานทางวชาการในลกษณะอน 2.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.5 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด และ

3. ผลงานแตงต ารา หรอหนงสอ 3.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด

25

3.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.5 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด

เสนอขอต าแหนง ผลงานทางวชาการทเสนอเพอประกอบการพจารณา (โดยเรยงล าดบตามความส าคญ)

เกณฑชดท 2 (เสนอผลงานวจยหรอผลงานทางวชาการอยางใดอยางหนงหรองานแตงตารา/หนงสอ) 1. ผลการประเมนการสอน เอกสารการสอนหรอสอการสอน รายวชา ……………………...…….จานวน…………..ชด และ

2. ผลงานวจย หรอผลงานทางวชาการในลกษณะอน 2.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 2.5 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด หรอ

3. ผลงานแตงต ารา หรอหนงสอ 3.1 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.2 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.3 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.4 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด 3.5 …………………………………………………………………….จานวน…………..ชด

ขอรบรองวาขอความดงกลาวขางตนเปนความจรงทกประการ

ลงชอ…………………………….(เจาของประวตหรอผบงคบบญชาชนตน) (…………………………….)

ตาแหนง………………………………. วนท……..เดอน…………………พ.ศ………

26

ค ารบรองผบงคบบญชา คณะกรรมการประจาสานกวชา………………………………..ในการประชมครงท………….…..…… เมอวนท………………..ไดตรวจสอบคณสมบตและผลงานทางวชาการของ…………….………………… ซงขอกาหนดตาแหนง ………………………………… สาขาวชา ………………………………………………แลว ดงน คณสมบตครบถวนตามเกณฑ เปนการขอโดยวธ (ปกต/พเศษ) ……………….. แบบประวตและผลงานทางวชาการถกตองและครบถวนตามเกณฑ ผลงานทางวชาการมการตพมพเผยแพรถกตองและครบถวนตามเกณฑ แบบแสดงหลกฐานการมสวนรวมในผลงานวชาการถกตองและลงนามครบถวน

ลงชอ………………………..……….. (…………………………..…….)

ประธานคณะกรรมการประจาสานกวชา…………………………………………. วนท……..เดอน…………………พ.ศ………..

บนทกสวนของเจาหนาท สานกวชา……………..………………….ไดรบเอกสารและตรวจสอบตามขนตอนแลวปรากฏวา ครบถวน ไมครบถวน ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… และไดรบเรองครบถวนแลวเมอ…………………………………………………………………………

ลงชอ ………………………………… (…………………………….…….)

ตาแหนง………………………………………….. วนท……..เดอน…………………พ.ศ………

27

หมายเหต วนทแตงตงใหดารงตาแหนงวชาการใหถอวนทสานกวชาตนสงกดไดรบเรองอยางเปนทางการ พรอมทงแบบขอแตงตงตาแหนงทางวชาการทถกตองและผลงานวชาการทตพมพเผยแพรสมบรณแลว 1. ถาม ผลงานวจยซงมไดทาเปนสวนของการศกษาเพอรบปรญญาหรอประกาศนยบตรใด ๆ แตทาในขณะศกษาอยใน ตางประเทศ และตพมพเผยแพรในวารสารทางวชาการแลวจะนามานบเปนผลงานในการขอกาหนดตาแหนงทาง วชาการไดหรอไม ตอบ ได เพราะตามขอบงคบฯ หามเฉพาะผลงานวจยททาเปนสวนของการศกษาเพอรบปรญญาหรอประกาศนยบตร กบผลงานวจยทเคยใชเสนอขอแตงตงตาแหนงทางวชาการตาแหนงใดตาแหนงหนงมาแลวเทานน 2. ถาม ระยะเวลาทไดรบอนมตใหลาไปศกษา อบรม ดงาน วจย และสมมนา เมอเสนอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการ จะนาเวลาชวงดงกลาวมาคานวณรวมเปนเวลาเพอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการไดหรอไม ตอบ กรณลาไปประชม ดงาน วจย และสมมนา ถอเปนการปฏบตงานอยางหนง จงใหนบรวมเปนเวลาปฏบตงานเพอ คานวณเวลาในการขอกาหนดตาแหนงทางวชาการได สาหรบการไปฝกอบรมเนองจากมลกษณะเชนเดยวกบ

การลาไปศกษา จะนาชวงเวลาทไดรบอนมตใหไปฝกอบรมมานบรวมเปนเวลาปฏบตงานเพอคานวณเวลาในการ ขอตาแหนงทางวชาการมได

3. ถาม ผทอยระหวางการลาศกษาหรอฝกอบรมจะเสนอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการไดหรอไม อยางไร ตอบ ไมอนมตใหผหนงผใดขอเสนอกาหนดตาแหนงทางวชาการในขณะทอยระหวางการลาศกษาหรอฝกอบรมทง ในประเทศและตางประเทศ หากผใดประสงคจะขอกใหเสนอขอกอนวนทไดรบอนมตใหไปศกษา ฝกอบรม และการขอกใหขอเฉพาะกรณปกตเทานน 4. ถาม ชวงเวลาทไดรบอนมตใหลาไปปฏบตงานวจย จะนามานบรวมเปนเวลาในการขอกาหนดตาแหนงทางวชาการได หรอไม ตอบ การไปปฏบตการวจยถอวาเปนการปฏบตงานอยางหนงจงจะนาชวงระยะเวลาทไดรบอนมตใหลาไปปฏบตการวจย มานบรวมเปนเวลาในการขอตาแหนงทางวชาการได 5. ถาม กรณทอาจารยถกขอยมตวไปทางานดานอน ๆ ทมใชงานวจยหรองานสอน จะนบเวลาการทางานดานนน ๆ เปนเวลา ปฏบตงานไดหรอไม ตอบ ไดตอเมองานทไดปฏบตนนเปนงานทมหาวทยาลยไดใหความเหนชอบ และเปนงานทมลกษณะหนาทความ รบผดชอบตรงตามมาตรฐานกาหนดตาแหนงอาจารย

สรปขอเสนอแนะ และประเดนถาม-ตอบ

ในการขอก าหนดต าแหนงทางวชาการ

28

6. ถาม การขอขามขน เชน จากอาจารยเปนรองศาสตราจารย หรอจากผชวยศาสตราจารยเปนศาสตราจารย หรอดารง ตาแหนงผชวยศาสตราจารยไมครบ 3 ป จะเสนอขอแตงตงใหดารงตาแหนงรองศาสตราจารย จะกระทาไดหรอไม ตอบ ได แตตองเสนอขอโดยวธพเศษ 7. ถาม ผเสนอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการ หากถงแกกรรมหรอลาออกไปกอนทมหาวทยาลยจะพจารณาอนมตใหดารง ตาแหนงทขอมา จะกระทาไดหรอไม ตอบ ไมได เพราะผนนมไดมสภาพเปนพนกงานแลว 8. ถาม ตาราทเคยนามาประกอบการพจารณาแตงตงใหดารงตาแหนงรองศาสตราจารยมาแลว หากนามาปรบปรงแกไข เพมเตมและตพมพเผยแพรใหม จะนาไปใชเปนตาราเพอประกอบการพจารณาแตงตงใหดารงตาแหนงศาสตราจารย อกจะไดหรอไม ตอบ อาจกระทาได ทงนตองสงผลงานฉบบเดมและฉบบทไดแกไขใหมแลวไปประกอบการพจารณาดวย พรอมทงจะตอง ชแจงรายละเอยดวาไดปรบปรงแกไขขอความบทใดและหนาใดใหชดเจนไปดวย 9. ถาม ผลงานทางวชาการทนาเสนอเพอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการ จะนาเสนอเปนภาษาใดไดบาง ตอบ ผทเสนอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการ สามารถนาเสนอผลงานไดเฉพาะภาษาไทยและภาษาองกฤษเทานน ยกเวนการเสนอขอในสาขาวชาดานภาษา ผเสนอขอจะนาเสนอผลงานเปนภาษาใดทตนสอนอยกได 10. ถาม เคยดารงตาแหนงอาจารยในมหาวทยาลยหนง ตอมาไดรบการบรรจเปนพนกงาน มวล. จะนบเวลาในการดารง ตาแหนงอาจารยชวงแรกและชวงหลงรวมกนเพอคานวณเวลาในการขอตาแหนงทางวชาการไดหรอไม ตอบ ได 11. ถาม ผลงานทางวชาการทาเสรจแลวไดรบการตพมพเผยแพรเกนกวา 5 ป จะนามาเสนอขอแตงตงใหดารงตาแหนงทาง วชาการไดหรอไม ตอบ มไดกาหนดระยะเวลาของการตพมพเผยแพร ดงนนผลงานทไดรบการตพมพเผยแพรมาเกนกวา 5 ป กนามาเสนอ ขอแตงตงใหดารงตาแหนงทางวชาการได แตทงนจะตองมผลงานทางวชาการทเพมขนหลงจากไดรบแตงตงใหดารง ตาแหนงครงกอนดวย 12. ถาม ผลงานทางวชาการประเภทตาราและบทความทางวชาการซงยงไมไดรบการตพมพเผยแพรจะนามาเสนอขอแตงตง

ให ดารงตาแหนงทางวชาการไดหรอไม ตอบ ไมได จะตองรอใหตพมพเผยแพรตามเกณฑทมหาวทยาลยกาหนดใหเสรจเรยบรอยเสยกอน 13. ถาม งานวจยทยงไมไดลงตพมพเผยแพร จะนามาขอแตงตงใหดารงตาแหนงทางวชาการไดหรอไม ตอบ มหาวทยาลยผอนปรนใหผเสนอขอสงผลงานวจยทยงไมไดลงตพมพเผยแพรแตตองมหนงสอรบรองจากบรรณาธการ

29

วารสารทจะตพมพวาสามารถลงตพมพใหไดตงแตเมอใด ในวารสารฉบบใด และหากผลงานวจยนนมคณภาพ เขาเกณฑกจะไดรบอนมตแตงตงตาแหนงทางวชาการใหตงแตวนทผลงานวจยนนไดรบการตพมพเผยแพรจรง

14. ถาม ยนเรองเสนอขอกาหนดตาแหนงทางวชาการแลวไมผาน จะตองรออกนานเทาไรจงจะยนเสนอขอใหมไดอก ตอบ มไดกาหนดวาจะตองเวนระยะเวลานานเทาใด ดงนนเมอเสนอขอแลวไมผานกอาจเสนอขอใหมไดทนทหากม

ผลงานทางวชาการเพมขน 15. ถาม มหาวทยาลยมนโยบายในการแตงตงผประเมนผลงานทางวชาการ (Reader) ของผทเสนอขอกาหนดตาแหนงทาง วชาการอยางไร ตอบ มหาวทยาลยมนโยบายอยางเครงครดทจะแตงตงผทรงคณวฒจากบคคลภายนอกทงหมดเปนผประเมนผลงานทาง วชาการ 16. ถาม ผเปน Reader จาเปนตองมตาแหนงสงกวาหรอเทากบผขอกาหนดตาแหนงหรอไม ตอบ ผทรงคณวฒไมจาเปนตองมตาแหนงเลยกได หรอมแตไมสงกวากได พจารณาตามความเหมาะสม 17. ถาม ผทรงคณวฒจากภายนอกเปนชาวตางประเทศไดหรอไม ตอบ ได ถาผลงานจดทาเปนภาษาตางประเทศ 18. ถาม ผทรงคณวฒมาจากภาคเอกชนไดหรอไม ตอบ ได ถาคณะกรรมการพจารณาแลวเหนวามความเหมาะสม 19. ถาม อาจารยชาวตางประเทศขอตาแหนงไดหรอไม ตอบ ได ใชเกณฑเดยวกน 20. ถาม ผลงานคณภาพด ดมาก ดเดน มความหมายเดยวกนกบ กม. หรอไม ตอบ เหมอนกน 21. ถาม กรณทผขอตาแหนงทางวชาการมผลงานเปนสดสวน (%) จะพจารณาอยางไร ตอบ ใหนาสดสวนมารวมผลงานได แตในแตละผลงานใหระบใหชดเจนวาผขอมบทบาทระดบใด เชน เปนผวเคราะห เปนหวหนาโครงการ เปนผสรปหรอชวยวจย 22. ถาม บทความวจยทกาลงรอตพมพจะนบใหหรอไม ตอบ ควรตพมพเผยแพรเรยบรอยแลวนาเสนอนบเปนผลงาน การนบผลงานประเภทบทความวจยจะนบใหเมอผลงานนน

30

ไดรบการตพมพในวารสารเรยบรอยแลว 23. ถาม ในการแตงตง Reader แตละครง คณะกรรมการชดนพจารณาองคประกอบ Reader เปนอยางไร ตอบ 1. ผทรงคณวฒประเมนผลงานทางวชาการ จานวน 3 ทาน ตางสถาบน ๆ ละ 1 ทาน และเสนอชอผทรงคณวฒสารอง คราวเดยวกนอก 2-3 ทาน 2. จะมผประสานงานผทรงคณวฒจากคณะกรรมการพจารณากาหนดตาแหนงทางวชาการจานวน 1 ทาน ทาหนาท ประสานงานผทรงคณวฒ รกษาเกณฑและคณภาพ นดประสานงานหรอประชมระหวางผทรงคณวฒดวยกน และสรปผลการประเมนในภาพรวม 24. ถาม ผลงานวจยทพมพเปนรปเลมลกษณะ เชน รายงานภายใน จะนาเสนอไดหรอไม ตอบ ควรเปนไปตามเกณฑ คอ จะตองตพมพเผยแพรในวารสารทเปนทยอมรบ ซงอาจจะเปนวารสารระดบนานาชาตหรอ มหาวทยาลยกไดแลวแตสาขาและระดบตาแหนงทางวชาการทเสนอขอและนบผลงานใหเมอตพมพเรยบรอยแลว 25. ถาม ผลงานทผทรงคณวฒชดหนงประเมนแลวจะมผลกบผประเมนชดใหมหรอไมในกรณทนาผลงานชดเกามาเสนอใหม ตอบ ผลงานท Reader ชดหนงเคยพจารณาแลวอาจไมสงชดใหมพจารณาซา แตจะแจงใหชดใหมเพอทราบประกอบการ พจารณาประเมนครงใหม 26. ผลงานทเสนอขอกาหนดตาแหนงไมจาเปนตองเสนอในปรมาณมาก ควรจะเสนอนอยชนแตมคณภาพทางวชาการสง แนะนาใหผขอเลอกสงเฉพาะผลงานทดทสดโดยเรยงลาดบความสาคญดวย และไมควรเปนผลงานทตพมพเผยแพร นานแลวเพราะอาจทาใหผลงานนนขาดความทนสมยทางวชาการไปแลวกได 27. การมสวนรวมในผลงานเกยวพนกบจรยธรรมและจรรยาบรรณทางวชาการดวย ผขอจงควรใหความสาคญและคานงถง ความเหมาะสมดวยมเชนนนจะเปนการเอาเปรยบและไมใหเกยรตผรวมงานทานอน

31

top related